วิธีปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตัดกี่วัน หมักอย่างไร
ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตามคู่มือกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่เตรียมดิน ปักท่อนพันธุ์ ตัดทุก 60 วัน จนถึงทำหญ้าหมัก และทำไมอายุตัดจึงเปลี่ยนคุณค่าอาหารของโคและกระบือ
เริ่มต้น10 นาทีในการอ่าน
CUTTING AGE napier pakchong 1 v as the grass ages yield ███████····· fibre ████████···· / / / \ \ \ \ |- -| |- \| |/ \| |/ protein █████████··· \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ | | | | | | | cut close to _________________________________________ the ground . . . v . . . day +--------------+--------------+ bars: illustrative 0 30 45 60
ในบทความนี้
วัวและควายต้องการอาหารหยาบ และในประเทศไทย หญ้าเนเปียร์เป็นพืชอาหารหยาบที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564) พันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริมคือ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หลายคนรู้จักมันในฐานะหญ้าต้นสูงในแปลงหลังคอก แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าวันที่เราตัดหญ้า มีผลต่อสิ่งที่สัตว์ได้กินด้วยครับ
บทความนี้พาไปตั้งแต่ดินเปล่าจนถึงหญ้าหมักเต็มหลุม ทุกขั้นตอนอิงเอกสารของกรมปศุสัตว์หรืองานวิจัยที่แนบลิงก์ไว้ ถ้าเอกสารของกรมปศุสัตว์สองฉบับให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ผมจะใส่ไว้ทั้งสองค่า ส่วนไหนเป็นการคิดเลขของผมเอง ผมจะบอกไว้ครับ

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 คืออะไร
ปากช่อง 1 เป็น หญ้าเนเปียร์ลูกผสม เอกสารเผยแพร่ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งระบุว่านำข้อมูลมาจากกรมปศุสัตว์ อธิบายว่าเป็นลูกผสมระหว่าง หญ้าเนเปียร์ยักษ์กับหญ้าไข่มุก (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร) งานวิจัยปี 2564 เขียนชื่อวิทยาศาสตร์ของคู่ผสมนี้ว่า Pennisetum purpureum x Pennisetum americanum (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564, วารสารแก่นเกษตร) ส่วนศูนย์กระบือแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Carabao Center) ซึ่งวางแผนนำพันธุ์นี้เข้าไปปลูก ระบุว่าผู้พัฒนาพันธุ์คือ ดร.ไกรลาศ เขียวทอง แห่งกรมปศุสัตว์ (PCC)
คู่มือการปลูกของกรมปศุสัตว์ระบุว่าพันธุ์นี้ได้จากการคัดเลือกและส่งเสริมโดยสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ และบรรยายลักษณะไว้ดังนี้ (คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กรมปศุสัตว์)
- เป็นหญ้าอายุหลายปี ขึ้นเป็นกอตั้งตรง สูง 2–4 เมตร ระบบรากแข็งแรง
- ชอบดินที่ระบายน้ำดี อุดมสมบูรณ์ และชอบแดดจัด
- ไม่ทนน้ำท่วมขัง และ ไม่ทนการเหยียบย่ำของสัตว์
- ไม่มีระยะพักตัว ให้ผลผลิตได้ทั้งปี ขอบใบไม่คม ใบมีขนน้อย
เอกสารของจังหวัดเสริมว่าหญ้าพันธุ์นี้ไม่ติดเมล็ด ขยายพันธุ์ได้ด้วยท่อนพันธุ์เท่านั้น จึงไม่เสี่ยงที่จะกลายเป็นวัชพืช (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร)
ทำไมกรมปศุสัตว์จึงส่งเสริม
เอกสารฉบับเดียวกันบอกว่ากรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหญ้าเนเปียร์ โดยหญ้า 1 ไร่ใช้เลี้ยงโคได้ ไม่น้อยกว่า 5 ตัว และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา กรมปศุสัตว์ได้เร่งกระจายท่อนพันธุ์ปากช่อง 1 ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร) คู่มือของกรมปศุสัตว์ให้ตัวเลขใกล้เคียงกัน คือภายใต้การจัดการแบบประณีต หญ้า 1 ไร่ใช้เลี้ยง โครีดนมได้ 5–6 ตัว (คู่มือกรมปศุสัตว์)
ผลผลิตขึ้นกับการดูแลแปลงเป็นหลัก คู่มือให้ไว้สองระดับ (คู่มือกรมปศุสัตว์)
| การจัดการ | ผลผลิตน้ำหนักสดต่อไร่ต่อปี |
|---|---|
| แบบประณีต: ให้น้ำทันทีหลังตัด ดินอุดมสมบูรณ์ ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีตามที่หญ้าต้องการ ตัดชิดดิน | ประมาณ 80 ตัน |
| แบบทั่วไป: อาศัยน้ำฝน ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวไม่ถูกวิธี | ประมาณ 35–40 ตัน |
แปลงหนึ่งให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 8–9 ปี เอกสารบรรยายของกรมปศุสัตว์จัดปากช่อง 1 ไว้ในกลุ่มพืชสำหรับทำหญ้าหมัก และระบุว่าเหมาะต่อการทำพืชหมัก (เอกสารบรรยายการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์)
ถ้าจะจำตารางนี้ได้แถวเดียว ขอให้จำแถวที่สอง ถ้าแปลงของเราอาศัยน้ำฝน ให้วางแผนจำนวนสัตว์จากตัวเลข 35–40 ตัน ไม่ใช่ 80 ตันครับ
ขั้นที่ 1: เตรียมแปลง
คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นได้ในดินร่วน ดินร่วนปนทราย และดินร่วนปนเหนียว ต้องการดินที่ระบายน้ำดี และปริมาณน้ำฝนประมาณ 1,000–1,200 มิลลิเมตรต่อปี (คู่มือกรมปศุสัตว์)
การเตรียมดินตามคู่มือ
- ไถดะ ด้วยรถไถติดผาน 3 หรือ 4 จาน
- ไถแปร ด้วยผาน 7 จาน
- ไถพรวน ด้วยจอบหมุน ไถสานกันสองทิศ (ตะวันออกไปตะวันตก แล้วเหนือไปใต้)
- ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 2–4 ตันต่อไร่
- ใส่ ปุ๋ยรองพื้น เช่น สูตร 15-15-15 อัตรา 50–100 กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพดิน
เอกสารบรรยายของกรมปศุสัตว์เสริมว่า หลังไถดะให้ตากดินไว้ประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้วัชพืชตายและเน่าเปื่อย (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
ดินไม่ดีต้องดูแลมากขึ้น กรณีศึกษาของหน่วยส่งเสริมการเกษตรแห่งหนึ่งของสำนักงานทหารพัฒนา พบว่าดินมีธาตุอาหารต่ำ เป็นกรด และอยู่บนที่ลาดชันที่เก็บน้ำได้น้อย จึงแนะนำให้ใส่ปูนขาว 0.5 ตันต่อไร่ และเพิ่มอินทรียวัตถุ (สุบิณ จองวรรณศิริ 2564, วารสารทหารพัฒนา) ถ้าไม่แน่ใจเรื่องดิน ควรตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูกครับ
ขั้นที่ 2: ปลูกด้วยท่อนพันธุ์
ปากช่อง 1 ไม่มีเมล็ด จึงต้องปลูกด้วยท่อนลำต้น คู่มือกรมปศุสัตว์ให้ไว้ 3 แบบ (คู่มือกรมปศุสัตว์)
แบบปักท่อนพันธุ์ เลือกท่อนพันธุ์จากแปลงที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุประมาณ 3 เดือน ลำต้นขนาดสม่ำเสมอ ตัดเฉียงเป็นท่อน ท่อนละ 2 ข้อ ปักเอียง ทำมุม 30 องศา กับพื้นดิน ปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว x หลุม 120 x 80 เซนติเมตร หรือ 100 x 100 เซนติเมตร ใช้ท่อนพันธุ์ 400–600 กิโลกรัมต่อไร่
แบบวางท่อนพันธุ์ในร่อง ชักร่องแบบปลูกอ้อย ระยะระหว่างร่อง 120 เซนติเมตร วางท่อนพันธุ์ต่อกันในร่อง ให้ปลายยอดของท่อนหนึ่งซ้อนเหลื่อมกับโคนอีกท่อนประมาณ 20 เซนติเมตร ใช้มีดสับให้ท่อนสั้นลงเพื่อให้แนบดิน แล้วเกลี่ยดินกลบ
แบบใช้เครื่องปลูก แปลงใหญ่ใช้เครื่องปลูกอ้อยติดท้ายรถแทรกเตอร์ ปลูกได้ประมาณ 4 ไร่ต่อชั่วโมง ใช้ท่อนพันธุ์ 600 กิโลกรัมต่อไร่
เอกสารของกรมปศุสัตว์สองฉบับให้อัตราต่างกันเล็กน้อย เอกสารบรรยายระบุท่อนพันธุ์อายุประมาณ 90 วัน อัตรา 300–500 กิโลกรัมต่อไร่ หลุมละ 2 ท่อน (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์) ทั้งสองเป็นคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ จึงถือเป็นช่วงที่ใช้ได้ กำจัดวัชพืช 2–4 สัปดาห์หลังปลูก และทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยว (คู่มือกรมปศุสัตว์)

ภาพบน: หญ้าลูกผสมระหว่างหญ้าไข่มุกกับเนเปียร์แคระที่ฮาวาย เป็นญาติกับปากช่อง 1 เพราะผสมมาแบบเดียวกัน แต่ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน
ขั้นที่ 3: ตัดให้ถูกอายุ
ขั้นนี้มีผลกับค่าอาหารมากที่สุดครับ
คู่มือกรมปศุสัตว์ให้ ตัดครั้งแรกเมื่อหญ้าอายุ 60–75 วันหลังปลูก จากนั้น ตัดทุก 60 วัน ได้ปีละ 5–6 ครั้ง และให้ ตัดชิดดินมากที่สุดเท่าที่ทำได้ (คู่มือกรมปศุสัตว์) ส่วนเอกสารบรรยายระบุว่าหลังตัดครั้งแรก ให้ตัดทุก 60–75 วัน (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
คู่มือยังสรุปข้อแลกเปลี่ยนไว้ในประโยคเดียว (คู่มือกรมปศุสัตว์)
| ตัดที่อายุ | วัตถุแห้ง (DM) | โปรตีนหยาบ (CP) |
|---|---|---|
| 45 วัน | 15% | 10–12% |
| 60 วัน | 18% | 8–10% |
หญ้าอ่อนมีโปรตีนมากกว่า หญ้าแก่มีวัตถุแห้งมากกว่า คือขนหญ้าไปหนึ่งตันจะได้เนื้ออาหารจริงมากกว่าครับ
CUTTING AGE napier pakchong 1 v as the grass ages yield ███████····· fibre ████████···· / / / \ \ \ \ |- -| |- \| |/ \| |/ protein █████████··· \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ \| |/ | | | | | | | cut close to _________________________________________ the ground . . . v . . . day +--------------+--------------+ bars: illustrative 0 30 45 60
งานทดลองหนึ่งในแปลงพบอะไร
งานทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารแก่นเกษตรปี 2564 เปรียบเทียบหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กับหญ้าหวานที่อายุตัด 3 ระดับ (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564) แปลงทดลองอยู่บนชุดดินเพชรบุรี ปลูกโดยไม่ใส่ปุ๋ย ระยะปลูก 0.5 x 0.5 เมตร ตัดสูงจากพื้น 15 เซนติเมตร ต่อไปนี้คือผลของปากช่อง 1 จากตารางที่ 1 และ 2 ของบทความ (ฉบับเต็ม PDF)
| อายุตัด | ผลผลิตน้ำหนักแห้ง (กก./ไร่) | ความสูง (ซม.) | CP (%) | NDF (%) | ADF (%) | ลิกนิน ADL (%) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 30 วัน | 67.68 ± 24.40 | 110.91 ± 9.94 | 7.27 ± 0.62 | 61.00 ± 0.17 | 33.91 ± 1.58 | 11.81 ± 2.63 |
| 45 วัน | 119.62 ± 19.90 | 153.62 ± 8.16 | 7.09 ± 0.43 | 62.20 ± 1.39 | 35.60 ± 1.53 | 13.08 ± 0.47 |
| 60 วัน | 187.27 ± 26.55 | 168.39 ± 6.94 | 6.72 ± 0.11 | 66.54 ± 0.76 | 36.97 ± 0.78 | 19.07 ± 2.02 |
อ่านตารางนี้อย่างไร
- ผลผลิตเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า จากอายุ 30 วันไปถึง 60 วัน
- เยื่อใย (NDF) และลิกนินเพิ่มขึ้น ตามอายุ ลิกนินคือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ ซึ่งสัตว์ย่อยได้น้อย เมื่อรวมหญ้าทั้งสองชนิด การตัดที่ 60 วันมี NDF และลิกนินสูงกว่าการตัดที่ 30 และ 45 วันอย่างมีนัยสำคัญ
- โปรตีนลดลงเล็กน้อย แต่ผู้วิจัยรายงานว่าค่าโปรตีนของปากช่อง 1 ที่อายุ 30, 45 และ 60 วัน ต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
ค่าโปรตีนในงานนี้ต่ำกว่า 8–12% ของกรมปศุสัตว์ แปลงทดลองนี้ไม่ได้ใส่ปุ๋ย และบทความบรรยายว่าชุดดินนี้มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แต่บทความไม่ได้ทดสอบว่าโปรตีนต่ำเพราะอะไร ทิศทางยังเหมือนกัน คือหญ้าแก่ได้ปริมาณมากขึ้น แต่เยื่อใยก็มากขึ้นด้วย อีกงานหนึ่งในปี 2567 ที่ศึกษาอัตราการให้น้ำ รายงานโปรตีนประมาณ 10–13% จากการตัด 3 ครั้ง ที่ 70, 115 และ 150 วันหลังปลูก (กิตติศักดิ์ วสันติวงศ์ และคณะ 2567, วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร) ดิน น้ำ ปุ๋ย และฤดูกาล ล้วนทำให้ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนไปครับ
สรุปใช้งานจริง ยึดรอบตัด 60 วันของกรมปศุสัตว์เป็นหลัก ถ้าหญ้าใกล้ 70–75 วันและลำต้นเริ่มแข็ง ให้ตัดเลย ไม่ต้องรอให้สูงอีกครับ
ขั้นที่ 4: ให้กินสด หรือทำหญ้าหมัก
ให้กินสด
คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 ใช้เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งแบบหญ้าตัดสด หญ้าหมัก และอาหารผสมครบส่วน (TMR) (คู่มือกรมปศุสัตว์) เอกสารบรรยายของกรมฯ มีเคล็ดลับสำคัญ คือ ต้องสับหรือหั่น ถ้าให้ทั้งต้นยาว ๆ สัตว์จะเลือกกินแต่ใบแล้วทิ้งลำต้น (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
ทำหญ้าหมัก
หญ้าหมักคือการเก็บหญ้าสดไว้ในสภาพชื้นและไม่มีอากาศ เพื่อให้มีอาหารใช้ในช่วงที่ขาดแคลนหญ้าสด คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 มีคาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำได้ (WSC) ประมาณ 18% จึงทำหญ้าหมักได้ โดยไม่ต้องเติมสารเสริม (คู่มือกรมปศุสัตว์) วิธีทำตามคู่มือ
- ตัดหญ้าอายุ 60–70 วัน หญ้าที่อายุน้อยกว่า 60 วันมีน้ำมากเกินไป ไม่เหมาะกับการหมัก
- หั่นให้ยาว 2–3 เซนติเมตร (ประมาณ 1 นิ้ว) เพื่อให้อัดได้แน่น ความชื้นที่เหมาะสมประมาณ 60–70%
- อัดให้แน่น ในหลุม ถุง หรือภาชนะ โดยใช้คนย่ำหรือขับรถแทรกเตอร์ทับ การไล่อากาศออกสำคัญที่สุด
- ปิดให้สนิท กันอากาศและน้ำฝน ถ้าเป็นหลุมใหญ่ ให้คลุมพลาสติกแล้วหาของกดทับอีกชั้น
- เก็บไว้ 3–4 สัปดาห์ จึงเปิดใช้ ถ้าเปิดหลุมทิ้งไว้นาน หญ้าหมักที่ยังไม่ได้ใช้จะเสีย
[chopper]==, . SILAGE · · · · 1 chop 2-3 cm _____│ │____ 2 press out air │ │ │ │ 3 cover tight │ │ │ │ 4 wait 3-4 wks │ │ │ │ │ │ │ │ └────────────────────────────┘
ตามคู่มือ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักที่ดีมี สีเขียวอมเหลือง และ กลิ่นเปรี้ยวหอมอ่อน ๆ คล้ายผลไม้ดอง ต้องไม่เป็นเมือก ไม่มีรา ความชื้นอยู่ที่ 65–70% และ pH 3.5–4.2 ถ้าเป็นสีน้ำตาลไหม้ แสดงว่าเกิดความร้อนมากระหว่างหมัก ถ้า เป็นสีดำ ไม่ควรนำไปเลี้ยงสัตว์ (คู่มือกรมปศุสัตว์)
คู่มือระบุรูปแบบการหมักไว้ 8 แบบ ได้แก่ หลุมหมักแบบราง หลุมแบบกำแพงคอนกรีต หลุมแบบปล่อง หลุมแบบท่อ ถุงหมักสุญญากาศ แบบม้วนก้อน แบบบรรจุในภาชนะเหลือใช้จากโรงงาน และแบบกองบนพื้น

ขั้นที่ 5: ตัดเวียนแปลง ให้มีหญ้าทั้งปี
ถ้าตัดหญ้าทั้งแปลงในวันเดียว สัปดาห์นั้นจะมีหญ้าล้นมือ แล้วอีกสองเดือนจะไม่มีเลย ทางแก้ง่ายมาก คือแบ่งแปลงเป็นแปลงย่อยแล้วตัดเวียนกันไป
ต่อไปนี้เป็นการคิดเลขของผมเองจากรอบตัด 60 วันของกรมปศุสัตว์ ถ้าแบ่งเป็น 6 แปลง ให้ตัดแปลงละครั้ง ทุกประมาณ 10 วัน แต่ละแปลงจะยังได้พักฟื้นครบ 60 วัน ถ้าแบ่ง 4 แปลง ก็ตัดทุก 15 วัน เลือกจำนวนแปลงให้เหมาะกับจำนวนสัตว์และความถี่ที่เราตัดหญ้าไหวครับ
ROTATING PLOTS cut one plot, the rest keep growing .--. ( ) cut v// / | | / / / \ \ \ \ \ \ / / / | | | | | | | | | / // \ \ \ \ \ \ \ \ \ \ \ \ ' ' ' | | | | | | | | | | | | | | | ' ' ' ▀▀▀▀▀▀▀ ▀▀▀▀▀▀▀ ▀▀▀▀▀▀▀ ▀▀▀▀▀▀▀ ▀▀▀▀▀▀▀ ▀▀▀▀▀▀▀ A B C D E F 6 plots x 10 days = each plot regrows 60 days
หลังตัดแต่ละครั้ง คู่มือกรมปศุสัตว์แนะนำว่า (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- ใส่ปุ๋ยบำรุงตอทันที ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์รอบกอประมาณ 0.5–1 กิโลกรัมต่อกอ ร่วมกับปุ๋ยยูเรียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อกอ (10–20 กิโลกรัมต่อไร่) ตอนที่ดินมีความชื้นเหมาะสม
- ให้น้ำ ช่วงตั้งตัว (อายุ 1–20 วัน) หญ้าต้องการน้ำประมาณ 4 มิลลิเมตรต่อต้นต่อวัน ช่วงเติบโต (21–60 วัน) ต้องการ 4.5 มิลลิเมตร รวมประมาณ 360 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อรอบ 60 วัน ให้น้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ตามความชื้นของดินและสภาพอากาศ
- กำจัดวัชพืช หลังเก็บเกี่ยวทุกครั้ง
การตัดเวียนแปลงยังเข้ากับการทำหญ้าหมักด้วย ช่วงหน้าฝนที่หญ้าขึ้นเร็วจนสัตว์กินไม่ทัน ให้ปล่อยหนึ่งหรือสองแปลงไปถึงอายุ 60–70 วัน แล้วตัดไปหมักเก็บไว้ใช้หน้าแล้งครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปลูกในที่น้ำขัง ปากช่อง 1 ไม่ทนน้ำท่วมขัง (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- ปล่อยสัตว์เข้าไปแทะเล็มในแปลง หญ้าพันธุ์นี้ไม่ทนการเหยียบย่ำ ต้องตัดไปให้กิน (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- ตัดเหลือตอสูง ต้องตัดชิดดิน กอใหม่จึงจะแตกดี (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
- ให้กินทั้งต้นโดยไม่สับ สัตว์จะกินแต่ใบ แล้วลำต้นเหลือทิ้ง (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
- เอาหญ้าอ่อนไปหมัก หญ้าอายุไม่ถึง 60 วันยังมีน้ำมากเกินไป (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- ไม่ใส่ปุ๋ยหลังตัด คู่มือให้ใส่ปุ๋ยบำรุงตอทันทีหลังเก็บเกี่ยว (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- วางแผนจากผลผลิตสูงสุด 80 ตันต่อไร่ต้องมีน้ำชลประทานและดินดี ถ้าอาศัยน้ำฝนจะได้ประมาณ 35–40 ตัน (คู่มือกรมปศุสัตว์)
- เปิดหลุมหญ้าหมักทิ้งไว้ หญ้าหมักที่เปิดแล้วไม่ได้ใช้จะเสีย (คู่มือกรมปศุสัตว์)
ทิ้งท้าย
ปากช่อง 1 ไม่ใช่หญ้าวิเศษ แต่เป็นหญ้าที่ตอบแทนการดูแล ถ้าให้ดินที่ระบายน้ำดี ใส่ปุ๋ยคอก ให้น้ำหลังตัด และตัดเป็นรอบ 60 วันอย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้ผลผลิตกลับมามาก ลองจดวันที่ตัดแต่ละแปลง และปริมาณหญ้าที่ขนออกมาคร่าว ๆ ผ่านไปหนึ่งฤดู สมุดจดของเราเองจะบอกเรื่องแปลงของเราได้มากกว่าตารางใด ๆ ในบทความนี้ครับ
ถ้ามีคำถามเรื่องพืชอาหารสัตว์ เอกสารของจังหวัดแนะนำให้สอบถามสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้ทุกจังหวัดครับ (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร)
แหล่งอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์. คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1
- อภินันท์ จินดานิรดุล กรมปศุสัตว์. พืชอาหารสัตว์ที่สำคัญ & การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ (เอกสารบรรยาย)
- สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร. เอกสารเผยแพร่เรื่องหญ้าเนเปียร์ (ที่มา: กรมปศุสัตว์)
- ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง, กานต์กวี แคล้วเครือ, พงศธร พรมบุตร, สุภาวดี มานะไตรนนท์ (2564). การเปรียบเทียบผลผลิต ลักษณะทางพืชอาหารสัตว์ ความหวาน และคุณค่าทางโภชนะของหญ้าหวานและหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ที่อายุการตัดต่างกัน. วารสารแก่นเกษตร 49(5): 1092–1102. ฉบับเต็ม (PDF)
- กิตติศักดิ์ วสันติวงศ์, จีรัณ กิ่งแก้ว, วีรวัฒน์ ปัญคิวจณาณ์ (2567). อิทธิพลของอัตราการให้น้ำต่อผลผลิตและคุณภาพหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 โดยใช้เครื่องรับรู้สำหรับตรวจวัดค่าความชื้นในดิน. วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 18(1)
- สุบิณ จองวรรณศิริ (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1. วารสารทหารพัฒนา 45(3)
- Philippine Carabao Center. Super Napier seen to boost local dairy production
- ภาพ: Napier grass (Non-hybrid), Salil Kumar Mukherjee, CC BY-SA 4.0, Wikimedia Commons
- ภาพ: Cenchrus purpureus cv Pearl Millet x Dwarf Napier habit, Ulupalakua Ranch, Maui, Forest and Kim Starr, CC BY 3.0 US, Wikimedia Commons
- ภาพ: Silage bags, Thomas Nugent, CC BY-SA 2.0, Wikimedia Commons
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาที
- FMD
- foot-and-mouth disease
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
โคพื้นเมืองกับโคลูกผสม ต่างกันอย่างไร
โคพื้นเมืองไทยทนร้อนและใช้อาหารคุณภาพต่ำได้แต่โตช้า ส่วนโคลูกผสมสายเลือดยุโรปโตเร็วแต่ใช้อาหารข้นมากกว่าหลายเท่า เทียบขนาดตัว อาหาร และตลาด จากงานวิจัยในไทย
ปานกลาง10 นาที
- beef cattle
- Thai native cattle
- crossbreds
- Brahman
- breed choice
- feed
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง9 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders