ข้ามไปยังเนื้อหา
กลับไปหน้าบทความ
ปศุสัตว์ไทย

วิธีปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตัดกี่วัน หมักอย่างไร

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตามคู่มือกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่เตรียมดิน ปักท่อนพันธุ์ ตัดทุก 60 วัน จนถึงทำหญ้าหมัก และทำไมอายุตัดจึงเปลี่ยนคุณค่าอาหารของโคและกระบือ

เริ่มต้น10 นาทีในการอ่าน

ในบทความนี้

วัวและควายต้องการอาหารหยาบ และในประเทศไทย หญ้าเนเปียร์เป็นพืชอาหารหยาบที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564) พันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริมคือ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หลายคนรู้จักมันในฐานะหญ้าต้นสูงในแปลงหลังคอก แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าวันที่เราตัดหญ้า มีผลต่อสิ่งที่สัตว์ได้กินด้วยครับ

บทความนี้พาไปตั้งแต่ดินเปล่าจนถึงหญ้าหมักเต็มหลุม ทุกขั้นตอนอิงเอกสารของกรมปศุสัตว์หรืองานวิจัยที่แนบลิงก์ไว้ ถ้าเอกสารของกรมปศุสัตว์สองฉบับให้ตัวเลขไม่ตรงกัน ผมจะใส่ไว้ทั้งสองค่า ส่วนไหนเป็นการคิดเลขของผมเอง ผมจะบอกไว้ครับ

แปลงหญ้าเนเปียร์ขึ้นหนาแน่น ใบยาวเรียว
ภาพ: Salil Kumar Mukherjee, CC BY-SA 4.0, Wikimedia Commons

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 คืออะไร

ปากช่อง 1 เป็น หญ้าเนเปียร์ลูกผสม เอกสารเผยแพร่ของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งระบุว่านำข้อมูลมาจากกรมปศุสัตว์ อธิบายว่าเป็นลูกผสมระหว่าง หญ้าเนเปียร์ยักษ์กับหญ้าไข่มุก (สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร) งานวิจัยปี 2564 เขียนชื่อวิทยาศาสตร์ของคู่ผสมนี้ว่า Pennisetum purpureum x Pennisetum americanum (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564, วารสารแก่นเกษตร) ส่วนศูนย์กระบือแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Carabao Center) ซึ่งวางแผนนำพันธุ์นี้เข้าไปปลูก ระบุว่าผู้พัฒนาพันธุ์คือ ดร.ไกรลาศ เขียวทอง แห่งกรมปศุสัตว์ (PCC)

คู่มือการปลูกของกรมปศุสัตว์ระบุว่าพันธุ์นี้ได้จากการคัดเลือกและส่งเสริมโดยสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ และบรรยายลักษณะไว้ดังนี้ (คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กรมปศุสัตว์)

  • เป็นหญ้าอายุหลายปี ขึ้นเป็นกอตั้งตรง สูง 2–4 เมตร ระบบรากแข็งแรง
  • ชอบดินที่ระบายน้ำดี อุดมสมบูรณ์ และชอบแดดจัด
  • ไม่ทนน้ำท่วมขัง และ ไม่ทนการเหยียบย่ำของสัตว์
  • ไม่มีระยะพักตัว ให้ผลผลิตได้ทั้งปี ขอบใบไม่คม ใบมีขนน้อย

เอกสารของจังหวัดเสริมว่าหญ้าพันธุ์นี้ไม่ติดเมล็ด ขยายพันธุ์ได้ด้วยท่อนพันธุ์เท่านั้น จึงไม่เสี่ยงที่จะกลายเป็นวัชพืช (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร)

ทำไมกรมปศุสัตว์จึงส่งเสริม

เอกสารฉบับเดียวกันบอกว่ากรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกหญ้าเนเปียร์ โดยหญ้า 1 ไร่ใช้เลี้ยงโคได้ ไม่น้อยกว่า 5 ตัว และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา กรมปศุสัตว์ได้เร่งกระจายท่อนพันธุ์ปากช่อง 1 ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร) คู่มือของกรมปศุสัตว์ให้ตัวเลขใกล้เคียงกัน คือภายใต้การจัดการแบบประณีต หญ้า 1 ไร่ใช้เลี้ยง โครีดนมได้ 5–6 ตัว (คู่มือกรมปศุสัตว์)

ผลผลิตขึ้นกับการดูแลแปลงเป็นหลัก คู่มือให้ไว้สองระดับ (คู่มือกรมปศุสัตว์)

การจัดการ ผลผลิตน้ำหนักสดต่อไร่ต่อปี
แบบประณีต: ให้น้ำทันทีหลังตัด ดินอุดมสมบูรณ์ ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีตามที่หญ้าต้องการ ตัดชิดดิน ประมาณ 80 ตัน
แบบทั่วไป: อาศัยน้ำฝน ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวไม่ถูกวิธี ประมาณ 35–40 ตัน

แปลงหนึ่งให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 8–9 ปี เอกสารบรรยายของกรมปศุสัตว์จัดปากช่อง 1 ไว้ในกลุ่มพืชสำหรับทำหญ้าหมัก และระบุว่าเหมาะต่อการทำพืชหมัก (เอกสารบรรยายการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์)

ถ้าจะจำตารางนี้ได้แถวเดียว ขอให้จำแถวที่สอง ถ้าแปลงของเราอาศัยน้ำฝน ให้วางแผนจำนวนสัตว์จากตัวเลข 35–40 ตัน ไม่ใช่ 80 ตันครับ

ขั้นที่ 1: เตรียมแปลง

คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย ขึ้นได้ในดินร่วน ดินร่วนปนทราย และดินร่วนปนเหนียว ต้องการดินที่ระบายน้ำดี และปริมาณน้ำฝนประมาณ 1,000–1,200 มิลลิเมตรต่อปี (คู่มือกรมปศุสัตว์)

การเตรียมดินตามคู่มือ

  1. ไถดะ ด้วยรถไถติดผาน 3 หรือ 4 จาน
  2. ไถแปร ด้วยผาน 7 จาน
  3. ไถพรวน ด้วยจอบหมุน ไถสานกันสองทิศ (ตะวันออกไปตะวันตก แล้วเหนือไปใต้)
  4. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 2–4 ตันต่อไร่
  5. ใส่ ปุ๋ยรองพื้น เช่น สูตร 15-15-15 อัตรา 50–100 กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพดิน

เอกสารบรรยายของกรมปศุสัตว์เสริมว่า หลังไถดะให้ตากดินไว้ประมาณ 4 สัปดาห์ เพื่อให้วัชพืชตายและเน่าเปื่อย (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)

ดินไม่ดีต้องดูแลมากขึ้น กรณีศึกษาของหน่วยส่งเสริมการเกษตรแห่งหนึ่งของสำนักงานทหารพัฒนา พบว่าดินมีธาตุอาหารต่ำ เป็นกรด และอยู่บนที่ลาดชันที่เก็บน้ำได้น้อย จึงแนะนำให้ใส่ปูนขาว 0.5 ตันต่อไร่ และเพิ่มอินทรียวัตถุ (สุบิณ จองวรรณศิริ 2564, วารสารทหารพัฒนา) ถ้าไม่แน่ใจเรื่องดิน ควรตรวจวิเคราะห์ดินก่อนปลูกครับ

ขั้นที่ 2: ปลูกด้วยท่อนพันธุ์

ปากช่อง 1 ไม่มีเมล็ด จึงต้องปลูกด้วยท่อนลำต้น คู่มือกรมปศุสัตว์ให้ไว้ 3 แบบ (คู่มือกรมปศุสัตว์)

แบบปักท่อนพันธุ์ เลือกท่อนพันธุ์จากแปลงที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุประมาณ 3 เดือน ลำต้นขนาดสม่ำเสมอ ตัดเฉียงเป็นท่อน ท่อนละ 2 ข้อ ปักเอียง ทำมุม 30 องศา กับพื้นดิน ปลูกเป็นแถว ระยะระหว่างแถว x หลุม 120 x 80 เซนติเมตร หรือ 100 x 100 เซนติเมตร ใช้ท่อนพันธุ์ 400–600 กิโลกรัมต่อไร่

แบบวางท่อนพันธุ์ในร่อง ชักร่องแบบปลูกอ้อย ระยะระหว่างร่อง 120 เซนติเมตร วางท่อนพันธุ์ต่อกันในร่อง ให้ปลายยอดของท่อนหนึ่งซ้อนเหลื่อมกับโคนอีกท่อนประมาณ 20 เซนติเมตร ใช้มีดสับให้ท่อนสั้นลงเพื่อให้แนบดิน แล้วเกลี่ยดินกลบ

แบบใช้เครื่องปลูก แปลงใหญ่ใช้เครื่องปลูกอ้อยติดท้ายรถแทรกเตอร์ ปลูกได้ประมาณ 4 ไร่ต่อชั่วโมง ใช้ท่อนพันธุ์ 600 กิโลกรัมต่อไร่

เอกสารของกรมปศุสัตว์สองฉบับให้อัตราต่างกันเล็กน้อย เอกสารบรรยายระบุท่อนพันธุ์อายุประมาณ 90 วัน อัตรา 300–500 กิโลกรัมต่อไร่ หลุมละ 2 ท่อน (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์) ทั้งสองเป็นคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ จึงถือเป็นช่วงที่ใช้ได้ กำจัดวัชพืช 2–4 สัปดาห์หลังปลูก และทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยว (คู่มือกรมปศุสัตว์)

กอหญ้าลูกผสมระหว่างหญ้าไข่มุกกับเนเปียร์แคระ มีช่อดอก ในแปลงฟาร์มที่ฮาวาย
ภาพ: Forest and Kim Starr, CC BY 3.0 US, Wikimedia Commons

ภาพบน: หญ้าลูกผสมระหว่างหญ้าไข่มุกกับเนเปียร์แคระที่ฮาวาย เป็นญาติกับปากช่อง 1 เพราะผสมมาแบบเดียวกัน แต่ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน

ขั้นที่ 3: ตัดให้ถูกอายุ

ขั้นนี้มีผลกับค่าอาหารมากที่สุดครับ

คู่มือกรมปศุสัตว์ให้ ตัดครั้งแรกเมื่อหญ้าอายุ 60–75 วันหลังปลูก จากนั้น ตัดทุก 60 วัน ได้ปีละ 5–6 ครั้ง และให้ ตัดชิดดินมากที่สุดเท่าที่ทำได้ (คู่มือกรมปศุสัตว์) ส่วนเอกสารบรรยายระบุว่าหลังตัดครั้งแรก ให้ตัดทุก 60–75 วัน (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)

คู่มือยังสรุปข้อแลกเปลี่ยนไว้ในประโยคเดียว (คู่มือกรมปศุสัตว์)

ตัดที่อายุ วัตถุแห้ง (DM) โปรตีนหยาบ (CP)
45 วัน 15% 10–12%
60 วัน 18% 8–10%

หญ้าอ่อนมีโปรตีนมากกว่า หญ้าแก่มีวัตถุแห้งมากกว่า คือขนหญ้าไปหนึ่งตันจะได้เนื้ออาหารจริงมากกว่าครับ

ยิ่งหญ้าอายุมาก ผลผลิตและเยื่อใยยิ่งเพิ่ม แต่โปรตีนลดลง การตัดคือการเริ่มนับใหม่

งานทดลองหนึ่งในแปลงพบอะไร

งานทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารแก่นเกษตรปี 2564 เปรียบเทียบหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กับหญ้าหวานที่อายุตัด 3 ระดับ (ศรัณย์พงศ์ ทองเรือง และคณะ 2564) แปลงทดลองอยู่บนชุดดินเพชรบุรี ปลูกโดยไม่ใส่ปุ๋ย ระยะปลูก 0.5 x 0.5 เมตร ตัดสูงจากพื้น 15 เซนติเมตร ต่อไปนี้คือผลของปากช่อง 1 จากตารางที่ 1 และ 2 ของบทความ (ฉบับเต็ม PDF)

อายุตัด ผลผลิตน้ำหนักแห้ง (กก./ไร่) ความสูง (ซม.) CP (%) NDF (%) ADF (%) ลิกนิน ADL (%)
30 วัน 67.68 ± 24.40 110.91 ± 9.94 7.27 ± 0.62 61.00 ± 0.17 33.91 ± 1.58 11.81 ± 2.63
45 วัน 119.62 ± 19.90 153.62 ± 8.16 7.09 ± 0.43 62.20 ± 1.39 35.60 ± 1.53 13.08 ± 0.47
60 วัน 187.27 ± 26.55 168.39 ± 6.94 6.72 ± 0.11 66.54 ± 0.76 36.97 ± 0.78 19.07 ± 2.02

อ่านตารางนี้อย่างไร

  • ผลผลิตเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า จากอายุ 30 วันไปถึง 60 วัน
  • เยื่อใย (NDF) และลิกนินเพิ่มขึ้น ตามอายุ ลิกนินคือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ ซึ่งสัตว์ย่อยได้น้อย เมื่อรวมหญ้าทั้งสองชนิด การตัดที่ 60 วันมี NDF และลิกนินสูงกว่าการตัดที่ 30 และ 45 วันอย่างมีนัยสำคัญ
  • โปรตีนลดลงเล็กน้อย แต่ผู้วิจัยรายงานว่าค่าโปรตีนของปากช่อง 1 ที่อายุ 30, 45 และ 60 วัน ต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

ค่าโปรตีนในงานนี้ต่ำกว่า 8–12% ของกรมปศุสัตว์ แปลงทดลองนี้ไม่ได้ใส่ปุ๋ย และบทความบรรยายว่าชุดดินนี้มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ แต่บทความไม่ได้ทดสอบว่าโปรตีนต่ำเพราะอะไร ทิศทางยังเหมือนกัน คือหญ้าแก่ได้ปริมาณมากขึ้น แต่เยื่อใยก็มากขึ้นด้วย อีกงานหนึ่งในปี 2567 ที่ศึกษาอัตราการให้น้ำ รายงานโปรตีนประมาณ 10–13% จากการตัด 3 ครั้ง ที่ 70, 115 และ 150 วันหลังปลูก (กิตติศักดิ์ วสันติวงศ์ และคณะ 2567, วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร) ดิน น้ำ ปุ๋ย และฤดูกาล ล้วนทำให้ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนไปครับ

สรุปใช้งานจริง ยึดรอบตัด 60 วันของกรมปศุสัตว์เป็นหลัก ถ้าหญ้าใกล้ 70–75 วันและลำต้นเริ่มแข็ง ให้ตัดเลย ไม่ต้องรอให้สูงอีกครับ

ขั้นที่ 4: ให้กินสด หรือทำหญ้าหมัก

ให้กินสด

คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 ใช้เลี้ยงสัตว์ได้ทั้งแบบหญ้าตัดสด หญ้าหมัก และอาหารผสมครบส่วน (TMR) (คู่มือกรมปศุสัตว์) เอกสารบรรยายของกรมฯ มีเคล็ดลับสำคัญ คือ ต้องสับหรือหั่น ถ้าให้ทั้งต้นยาว ๆ สัตว์จะเลือกกินแต่ใบแล้วทิ้งลำต้น (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)

ทำหญ้าหมัก

หญ้าหมักคือการเก็บหญ้าสดไว้ในสภาพชื้นและไม่มีอากาศ เพื่อให้มีอาหารใช้ในช่วงที่ขาดแคลนหญ้าสด คู่มือกรมปศุสัตว์บอกว่าปากช่อง 1 มีคาร์โบไฮเดรตที่ละลายน้ำได้ (WSC) ประมาณ 18% จึงทำหญ้าหมักได้ โดยไม่ต้องเติมสารเสริม (คู่มือกรมปศุสัตว์) วิธีทำตามคู่มือ

  1. ตัดหญ้าอายุ 60–70 วัน หญ้าที่อายุน้อยกว่า 60 วันมีน้ำมากเกินไป ไม่เหมาะกับการหมัก
  2. หั่นให้ยาว 2–3 เซนติเมตร (ประมาณ 1 นิ้ว) เพื่อให้อัดได้แน่น ความชื้นที่เหมาะสมประมาณ 60–70%
  3. อัดให้แน่น ในหลุม ถุง หรือภาชนะ โดยใช้คนย่ำหรือขับรถแทรกเตอร์ทับ การไล่อากาศออกสำคัญที่สุด
  4. ปิดให้สนิท กันอากาศและน้ำฝน ถ้าเป็นหลุมใหญ่ ให้คลุมพลาสติกแล้วหาของกดทับอีกชั้น
  5. เก็บไว้ 3–4 สัปดาห์ จึงเปิดใช้ ถ้าเปิดหลุมทิ้งไว้นาน หญ้าหมักที่ยังไม่ได้ใช้จะเสีย
หั่น อัดไล่อากาศ ปิดให้สนิท แล้วรอ อากาศคือตัวที่ทำให้หญ้าหมักเสีย

ตามคู่มือ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักที่ดีมี สีเขียวอมเหลือง และ กลิ่นเปรี้ยวหอมอ่อน ๆ คล้ายผลไม้ดอง ต้องไม่เป็นเมือก ไม่มีรา ความชื้นอยู่ที่ 65–70% และ pH 3.5–4.2 ถ้าเป็นสีน้ำตาลไหม้ แสดงว่าเกิดความร้อนมากระหว่างหมัก ถ้า เป็นสีดำ ไม่ควรนำไปเลี้ยงสัตว์ (คู่มือกรมปศุสัตว์)

คู่มือระบุรูปแบบการหมักไว้ 8 แบบ ได้แก่ หลุมหมักแบบราง หลุมแบบกำแพงคอนกรีต หลุมแบบปล่อง หลุมแบบท่อ ถุงหมักสุญญากาศ แบบม้วนก้อน แบบบรรจุในภาชนะเหลือใช้จากโรงงาน และแบบกองบนพื้น

ถุงหญ้าหมักห่อพลาสติกสีดำวางเรียงกันริมถนนชนบท
ภาพ: Thomas Nugent, CC BY-SA 2.0, Wikimedia Commons

ขั้นที่ 5: ตัดเวียนแปลง ให้มีหญ้าทั้งปี

ถ้าตัดหญ้าทั้งแปลงในวันเดียว สัปดาห์นั้นจะมีหญ้าล้นมือ แล้วอีกสองเดือนจะไม่มีเลย ทางแก้ง่ายมาก คือแบ่งแปลงเป็นแปลงย่อยแล้วตัดเวียนกันไป

ต่อไปนี้เป็นการคิดเลขของผมเองจากรอบตัด 60 วันของกรมปศุสัตว์ ถ้าแบ่งเป็น 6 แปลง ให้ตัดแปลงละครั้ง ทุกประมาณ 10 วัน แต่ละแปลงจะยังได้พักฟื้นครบ 60 วัน ถ้าแบ่ง 4 แปลง ก็ตัดทุก 15 วัน เลือกจำนวนแปลงให้เหมาะกับจำนวนสัตว์และความถี่ที่เราตัดหญ้าไหวครับ

หกแปลง ตัดแปลงละครั้งราวทุก 10 วัน แต่ละแปลงได้พักฟื้น 60 วัน และมีแปลงพร้อมตัดเสมอ

หลังตัดแต่ละครั้ง คู่มือกรมปศุสัตว์แนะนำว่า (คู่มือกรมปศุสัตว์)

  • ใส่ปุ๋ยบำรุงตอทันที ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์รอบกอประมาณ 0.5–1 กิโลกรัมต่อกอ ร่วมกับปุ๋ยยูเรียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อกอ (10–20 กิโลกรัมต่อไร่) ตอนที่ดินมีความชื้นเหมาะสม
  • ให้น้ำ ช่วงตั้งตัว (อายุ 1–20 วัน) หญ้าต้องการน้ำประมาณ 4 มิลลิเมตรต่อต้นต่อวัน ช่วงเติบโต (21–60 วัน) ต้องการ 4.5 มิลลิเมตร รวมประมาณ 360 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อรอบ 60 วัน ให้น้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ตามความชื้นของดินและสภาพอากาศ
  • กำจัดวัชพืช หลังเก็บเกี่ยวทุกครั้ง

การตัดเวียนแปลงยังเข้ากับการทำหญ้าหมักด้วย ช่วงหน้าฝนที่หญ้าขึ้นเร็วจนสัตว์กินไม่ทัน ให้ปล่อยหนึ่งหรือสองแปลงไปถึงอายุ 60–70 วัน แล้วตัดไปหมักเก็บไว้ใช้หน้าแล้งครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ปลูกในที่น้ำขัง ปากช่อง 1 ไม่ทนน้ำท่วมขัง (คู่มือกรมปศุสัตว์)
  2. ปล่อยสัตว์เข้าไปแทะเล็มในแปลง หญ้าพันธุ์นี้ไม่ทนการเหยียบย่ำ ต้องตัดไปให้กิน (คู่มือกรมปศุสัตว์)
  3. ตัดเหลือตอสูง ต้องตัดชิดดิน กอใหม่จึงจะแตกดี (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
  4. ให้กินทั้งต้นโดยไม่สับ สัตว์จะกินแต่ใบ แล้วลำต้นเหลือทิ้ง (เอกสารบรรยายกรมปศุสัตว์)
  5. เอาหญ้าอ่อนไปหมัก หญ้าอายุไม่ถึง 60 วันยังมีน้ำมากเกินไป (คู่มือกรมปศุสัตว์)
  6. ไม่ใส่ปุ๋ยหลังตัด คู่มือให้ใส่ปุ๋ยบำรุงตอทันทีหลังเก็บเกี่ยว (คู่มือกรมปศุสัตว์)
  7. วางแผนจากผลผลิตสูงสุด 80 ตันต่อไร่ต้องมีน้ำชลประทานและดินดี ถ้าอาศัยน้ำฝนจะได้ประมาณ 35–40 ตัน (คู่มือกรมปศุสัตว์)
  8. เปิดหลุมหญ้าหมักทิ้งไว้ หญ้าหมักที่เปิดแล้วไม่ได้ใช้จะเสีย (คู่มือกรมปศุสัตว์)

ทิ้งท้าย

ปากช่อง 1 ไม่ใช่หญ้าวิเศษ แต่เป็นหญ้าที่ตอบแทนการดูแล ถ้าให้ดินที่ระบายน้ำดี ใส่ปุ๋ยคอก ให้น้ำหลังตัด และตัดเป็นรอบ 60 วันอย่างสม่ำเสมอ ก็จะได้ผลผลิตกลับมามาก ลองจดวันที่ตัดแต่ละแปลง และปริมาณหญ้าที่ขนออกมาคร่าว ๆ ผ่านไปหนึ่งฤดู สมุดจดของเราเองจะบอกเรื่องแปลงของเราได้มากกว่าตารางใด ๆ ในบทความนี้ครับ

ถ้ามีคำถามเรื่องพืชอาหารสัตว์ เอกสารของจังหวัดแนะนำให้สอบถามสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้ทุกจังหวัดครับ (เอกสารจังหวัดกำแพงเพชร)

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ