โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาทีในการอ่าน
HERD
····●····
··+· ·+·· ^__^ ^__^ ^__^ ^__^
·· ·· (oo) (oo) (oo) (oo)
·+ +·
·· ··
· ONE ·
+ YEAR + ^__^ ^__^ ^__^ ^__^
· · (oo) (oo) (oo) (oo)
·· ··
·+ +·
·· ··
··+· ·+·· PROTECTION
····+···· ██████████░░░░░░░░░░░░░░░░
drains between rounds
ในบทความนี้
- ความเชื่อที่ 1: "ปากและเท้าเปื่อยเป็นปัญหาของฟาร์มโคนม ไม่เกี่ยวกับควายหรือวัวเนื้อ"
- ความเชื่อที่ 2: "ฉีดวัคซีนไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็ป้องกันได้ตลอด"
- ความเชื่อที่ 3: "แจ้งว่าสัตว์ป่วย มีแต่จะเดือดร้อน"
- ความเชื่อที่ 4: "สัตว์ที่ซื้อจากตลาด ถ้าดูแข็งแรงก็ปลอดภัย"
- ความเชื่อที่ 5: "การฆ่าเชื้อเป็นเรื่องของฟาร์มใหญ่"
- สิ่งที่โรคนี้ไม่ใช่
- สรุป
โรคปากและเท้าเปื่อย (Foot-and-mouth disease หรือ FMD) เป็นโรคที่คนเลี้ยงสัตว์รู้จักชื่อกันแทบทุกคน หลายคนเคยเห็นวัวน้ำลายไหล เดินกะเผลก และหลายตัวก็หายได้เอง องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ระบุว่าสัตว์โตที่ป่วยตายเพียงประมาณร้อยละ 1 ถึง 5 จึงไม่แปลกที่หลายคนจะคิดว่าโรคนี้แค่สร้างความรำคาญ ไม่ได้อันตรายอะไรครับ
แต่ความคิดแบบนี้แหละที่เป็นจุดเริ่มของปัญหา หน้าเดียวกันของ WOAH บอกว่า FMD เป็นโรคไวรัสที่รุนแรงและติดต่อได้ง่ายมาก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งทำให้ผลผลิตลดลงและทำให้การค้าสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์สะดุด สำหรับฟาร์มโคเนื้อหรือกระบือรายย่อย ความเสียหายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากสัตว์ตาย แต่มาจากสัตว์ผอมลง ลูกสัตว์ที่เสียไป ขายสัตว์ไม่ได้ และการควบคุมการเคลื่อนย้ายที่ทำให้ทั้งพื้นที่ซื้อขายสัตว์ไม่ได้ครับ
บทความนี้หยิบ 5 เรื่องที่คนมักพูดกันเกี่ยวกับโรคนี้ มาเทียบกับแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ทุกหัวข้อจะเริ่มจากความเชื่อ ตามด้วยข้อเท็จจริง แล้วบอกว่าเราทำอะไรได้บ้างครับ
ความเชื่อที่ 1: "ปากและเท้าเปื่อยเป็นปัญหาของฟาร์มโคนม ไม่เกี่ยวกับควายหรือวัวเนื้อ"
จริงอยู่ว่าข่าวโรคปากและเท้าเปื่อยในไทยหลายข่าวเป็นเรื่องฟาร์มโคนม เพราะโคนมรีดนมวันละสองครั้ง พอน้ำนมลดก็เห็นทันที และพื้นที่เลี้ยงโคนมมักอยู่กันหนาแน่น แต่เชื้อไวรัสไม่ได้เลือกว่าสัตว์ตัวนั้นเลี้ยงไว้ทำอะไรครับ
ข้อเท็จจริง: WOAH ระบุว่าสัตว์ที่ติดโรคนี้ได้คือโค สุกร แกะ แพะ และสัตว์เคี้ยวเอื้องกีบคู่อื่น ๆ ซึ่งกระบือก็เป็นสัตว์กีบคู่เช่นกัน งานวิจัยที่ศึกษาโครงการควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยของไทยช่วง พ.ศ. 2551–2558 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Veterinary Sciences ได้ศึกษาการระบาด 140 ครั้งที่มีการรายงานอย่างเป็นทางการใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ในจำนวนนี้มีการระบาดในฟาร์มกระบือ 6 แห่ง และฟาร์มที่เลี้ยงทั้งโคและกระบือ 22 แห่ง นอกเหนือจากฟาร์มโค 101 แห่ง ปัจจุบันการฉีดวัคซีนฟรีของไทยครอบคลุมโค กระบือ แกะ และแพะ ไม่ใช่เฉพาะโคนม

อัตราตายที่ต่ำยังซ่อนเรื่องสำคัญไว้ด้วย WOAH ระบุว่าลูกสัตว์ตายมากกว่ามาก คือร้อยละ 20 ขึ้นไปในลูกโค ลูกแกะ และลูกสุกร ส่วนสัตว์โตมักมีไข้ มีตุ่มพองที่ลิ้น ริมฝีปาก เต้านม และระหว่างกีบ เดินกะเผลก น้ำลายไหล ไม่อยากกินหรือเดิน และน้ำหนักลด สำหรับฟาร์มโคเนื้อหรือกระบือที่ขายตามน้ำหนัก สัตว์ที่ไม่กินอาหารไปหลายสัปดาห์ก็คือเงินที่หายไปจริง ๆ ครับ
อาการที่ควรสังเกต
- มีไข้ ซึม ไม่กินอาหาร
- มีตุ่มพองหรือแผลที่ลิ้น ริมฝีปาก ในปาก ที่เต้านม และระหว่างกีบ
- น้ำลายไหลมาก
- เดินกะเผลก หรือไม่อยากยืนไม่อยากเดิน
- น้ำหนักลด โตช้า และน้ำนมลดลง ซึ่งอาจทำให้ลูกสัตว์ที่ยังกินนมแม่ได้นมไม่พอ
WOAH ระบุว่าระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ 2 ถึง 14 วัน แปลว่าสัตว์อาจดูปกติอยู่หลายวันทั้งที่ติดเชื้อแล้วครับ

ความเชื่อที่ 2: "ฉีดวัคซีนไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็ป้องกันได้ตลอด"
ความเชื่อนี้เข้าใจได้ เพราะวัคซีนของคนหลายชนิดอยู่ได้นานหลายปี แล้วทำไมวัคซีนตัวนี้จะไม่เหมือนกันล่ะครับ
ข้อเท็จจริง: วัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยคุ้มกันได้ไม่นาน และคุ้มกันได้เฉพาะไวรัสชนิดที่ตรงกับวัคซีน WOAH อธิบายว่าเชื้อไวรัสโรคนี้มี 7 ซีโรไทป์ (serotype) คือ O, A, C, SAT1, SAT2, SAT3 และ Asia1 และแต่ละซีโรไทป์ต้องใช้วัคซีนของตัวเอง เอกสารบรรยายที่สำนักงานภูมิภาคของ WOAH เผยแพร่ระบุว่าวัคซีนที่ใช้กันทุกวันนี้ให้ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ไม่นาน ประมาณ 4 ถึง 6 เดือน และสัตว์มักเริ่มมีภูมิคุ้มกันบ้างแล้วภายใน 7 ถึง 8 วันหลังฉีด เอกสารเดียวกันยังบอกว่าวัคซีนที่ตรงกับเชื้อมักป้องกันไม่ให้สัตว์แสดงอาการป่วย แต่ไม่จำเป็นว่าจะป้องกันการติดเชื้อได้
นี่คือเหตุผลที่ไทยฉีดวัคซีนเป็นรอบ ๆ ทุกปี งานวิจัยปี พ.ศ. 2561 ระบุว่าภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ พ.ศ. 2551–2558 การฉีดวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยตามปกติไม่มีค่าใช้จ่าย โดยฉีดโคนมปีละ 3 ครั้ง และโคเนื้อกับกระบือปีละ 2 ครั้ง เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ก็ให้ข้อมูลตารางเดียวกัน คือวัวทั่วไปปีละ 2 ครั้ง วัวนมปีละ 3 ครั้ง และฉีดให้ฟรี ตัวอย่างการฉีดเป็นรอบในทางปฏิบัติ เช่น เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 กรมปศุสัตว์คิกออฟโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 1 ปีงบประมาณ 2563 ที่จังหวัดลพบุรี นโยบายของกรมสำหรับรอบนี้ครอบคลุมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคคอบวม (Haemorrhagic septicaemia หรือ HS) และการทำลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง โดยให้ทุกพื้นที่เปิดการรณรงค์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม พ.ศ. 2562
HERD
····●····
··+· ·+·· ^__^ ^__^ ^__^ ^__^
·· ·· (oo) (oo) (oo) (oo)
·+ +·
·· ··
· ONE ·
+ YEAR + ^__^ ^__^ ^__^ ^__^
· · (oo) (oo) (oo) (oo)
·· ··
·+ +·
·· ··
··+· ·+·· PROTECTION
····+···· ██████████░░░░░░░░░░░░░░░░
drains between rounds
ผลของการทำต่อเนื่องเห็นได้ชัด ในรายงานต่อการประชุมแคมเปญควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยระดับภูมิภาค (SEACFMD) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 กรมปศุสัตว์รายงานว่าไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคปากและเท้าเปื่อยในไทยในปี พ.ศ. 2568 และ 2569 (ถึงเดือนมิถุนายน) และระบุว่าวัคซีนฟรีที่รัฐสนับสนุนเต็มที่เป็นหนึ่งในงานหลัก รายงานเดียวกันยังบอกว่าการรักษาความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนให้สูงอยู่เสมอยังเป็นความท้าทาย ปีที่ไม่มีโรคจึงเป็นเหตุผลให้ทำต่อ ไม่ใช่เหตุผลให้หยุดครับ
สิ่งที่ทำได้: พาสัตว์ทุกตัวมาฉีดทุกรอบ รวมทั้งลูกสัตว์และตัวที่เพิ่งซื้อเข้ามาหลังรอบที่แล้ว ถามปศุสัตว์อำเภอได้เลยครับว่ารอบหน้าคือเมื่อไร ข่าวการรณรงค์ปี พ.ศ. 2562 ระบุว่าเกษตรกรขอรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน
ความเชื่อที่ 3: "แจ้งว่าสัตว์ป่วย มีแต่จะเดือดร้อน"
เกษตรกรบางคนกังวลว่าถ้าแจ้ง เจ้าหน้าที่จะมาที่ฟาร์ม ห้ามขายสัตว์ และเพื่อนบ้านจะโทษว่าเป็นต้นเหตุ ก็เลยรอ รักษาเอง แล้วหวังว่าจะหายไปเองครับ
ข้อเท็จจริง: การรอนี่แหละที่ทำให้ฟาร์มเดียวกลายเป็นทั้งอำเภอ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ตอนที่โรคปากและเท้าเปื่อยระบาดในโคนมที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ให้ข้อมูลว่าการที่เกษตรกรไม่แจ้งโรคหรือแจ้งช้า ทำให้เข้าควบคุมโรคได้ช้าและโรคแพร่ไปเป็นวงกว้าง ตัวเลขเบื้องต้นในตอนนั้นคือมีเกษตรกรแจ้งแล้ว 108 ราย โดยมีโคนมร่วมฝูงที่ป่วย 5,654 ตัว และยังอยู่ระหว่างการรักษา 897 ตัว
กรมปศุสัตว์ขอให้แจ้งโดยเร็ว ในการรณรงค์ปี พ.ศ. 2562 กรมขอให้เกษตรกรที่พบโคนมป่วยหรือสงสัยว่าเป็นโรคปากและเท้าเปื่อยแจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ภายใน 12 ชั่วโมง การรณรงค์ครั้งเดียวกันระบุช่องทางแจ้งไว้ ได้แก่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอ สายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 หรือเมนู "แจ้งการเกิดโรคระบาด" ในแอป DLD 4.0 และเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 กรมปศุสัตว์ก็ยังให้สายด่วนหมายเลขเดียวกันและแอป DLD 4.0 เป็นช่องทางแจ้งสัตว์ป่วยหรือตายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ แอป DLD4.0 เป็นแอปของกรมปศุสัตว์เอง ใช้แจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ และติดตามสถานะเรื่องที่แจ้งได้
การแจ้งยังช่วยให้ทั้งประเทศค้าขายสัตว์ต่อไปได้ ในรายงานปี พ.ศ. 2569 กรมปศุสัตว์ย้ำว่าการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของผู้เลี้ยงสัตว์ ทั้งการฉีดวัคซีน การป้องกันโรคในฟาร์ม การแจ้งโรค และการทำตามกฎการเคลื่อนย้ายสัตว์ เป็นเรื่องจำเป็น และตั้งให้การเฝ้าระวังเชิงรับ (passive surveillance) และการตรวจพบโรคให้เร็วเป็นงานสำคัญ การเฝ้าระวังเชิงรับ พูดง่าย ๆ ก็คือเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เห็นสัตว์ป่วยแล้วรีบบอกต่อครับ
ถ้าสัตว์น้ำลายไหล เดินกะเผลก และไม่กินอาหาร ให้โทรหาปศุสัตว์อำเภอหรือแจ้งผ่านแอป DLD 4.0 ก่อน และเก็บฝูงไว้ในฟาร์มจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาดูครับ
ความเชื่อที่ 4: "สัตว์ที่ซื้อจากตลาด ถ้าดูแข็งแรงก็ปลอดภัย"
วัวหนุ่มอ้วนท้วน ตาใส ไม่กะเผลก จะมีอะไรผิดปกติได้ล่ะครับ
ข้อเท็จจริง: สัตว์อาจมีเชื้ออยู่ก่อนจะแสดงอาการ ระยะฟักตัว 2 ถึง 14 วันที่พูดถึงข้างบนคือเหตุผล WOAH ยังระบุว่าสัตว์ที่หายป่วยแล้วบางครั้งยังมีเชื้ออยู่และทำให้เกิดการระบาดครั้งใหม่ได้ งานวิจัยโครงการควบคุมโรคของไทยพบว่าการเคลื่อนย้ายสัตว์เกี่ยวข้องกับการระบาด 36 จาก 140 ครั้ง (ร้อยละ 25.71) ในภาคเหนือ และรายงานของกรมปศุสัตว์ปี พ.ศ. 2569 ก็ระบุว่าการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ไม่เป็นทางการและการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนยังเป็นความเสี่ยงที่จะนำโรคเข้ามา

นิสัยสองอย่างที่ช่วยได้มากที่สุด:
- แยกเลี้ยงสัตว์ใหม่ก่อน คำแนะนำของกรมปศุสัตว์ปี พ.ศ. 2562 คือโค-กระบือที่นำเข้าฟาร์มควรกักแยกไว้อย่างน้อย 7 วัน เพื่อสังเกตอาการก่อนปล่อยเข้าร่วมฝูง และฟาร์มที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรคระบาดควรงดนำสัตว์ใหม่เข้ามาในช่วงที่ยังมีโรคระบาด ใช้คอกแยกที่มีรางอาหารและรางน้ำของตัวเอง และจัดการสัตว์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายของวัน
- ตรวจเอกสารการเคลื่อนย้าย การเคลื่อนย้ายสัตว์ในไทยควบคุมตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เอกสารบรรยายของกรมปศุสัตว์ที่ WOAH เผยแพร่อธิบายว่า สำหรับสัตว์มีชีวิต เกษตรกรยื่นคำขอด้วยแบบฟอร์ม ปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอ หรือด่านกักกันสัตว์ออกเอกสารการเคลื่อนย้ายให้ และระบบ e-Movement ของกรมจะแสดงวันเวลาหมดอายุ โดยเอกสารเคลื่อนย้ายภายในประเทศมีอายุ 48 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ออก สัตว์ที่มาถึงโดยไม่มีเอกสาร หรือเอกสารหมดอายุแล้ว คือสัตว์ที่ไม่มีใครตรวจสอบประวัติได้ครับ
DAYS APART [ ][ ][ ][ ][ ][ ][ ] PAPER [✓] HERD → ,== ,== ^== ┌────────────────────┐ +---+---+---+---+---+--- │ NEW ? │ │ │ ___ │ ,________,_/ │ |[]_| . . . |│ ~(________)o> │ |___|==========|│ || || \≈~≈/│ (O) (O) └────────────────────┘ ________________________________________________________________ / | | / / | | / | | | / | / | / | / | / |
ความเชื่อที่ 5: "การฆ่าเชื้อเป็นเรื่องของฟาร์มใหญ่"
บ่อจุ่มเท้าและซุ้มพ่นยาดูเหมือนของฟาร์มบริษัทใหญ่ที่มีป้อมยามหน้าฟาร์ม สำหรับคนที่เลี้ยงควายสิบตัวหลังบ้าน อาจรู้สึกว่าเกินจำเป็นครับ
ข้อเท็จจริง: เชื้อไม่ได้ไปกับตัวสัตว์อย่างเดียว WOAH ระบุว่าโรคนี้แพร่ผ่านเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ คอก โรงเรือน และรถขนส่ง รวมทั้งอาหารสัตว์ ฟาง และน้ำที่ปนเปื้อน และเนื้อดิบหรือเนื้อที่ปรุงไม่สุก สัตว์ป่วยยังหายใจเอาเชื้อออกมาได้ด้วย ในมาตรการระดับฟาร์ม WOAH แนะนำให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อคอก โรงเรือน ยานพาหนะ และอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ การรณรงค์ของกรมปศุสัตว์เองก็มีการทำลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยง และคำแนะนำของกรมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีขั้นตอนง่าย ๆ ที่แทบไม่มีค่าใช้จ่าย:
- ไม่ให้คนนอกเข้าฟาร์ม ถ้าจำเป็นต้องเข้า ให้เปลี่ยนเป็นรองเท้าที่ใช้เฉพาะในฟาร์ม
- ไม่ให้ยานพาหนะ เช่น รถรับซื้อสัตว์ รถขนอาหารสัตว์ และรถรับซื้อมูลสัตว์ เข้าในฟาร์ม ถ้าจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าเชื้อก่อน
- ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคที่ถังส่งนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนนำเข้าฟาร์ม
- เลือกพืชอาหารสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าไม่มีโรคปากและเท้าเปื่อยระบาด
ตอนอธิบายว่าทำไมโรคที่มวกเหล็กจึงระบาดลุกลาม กรมปศุสัตว์ระบุว่าฟาร์มส่วนใหญ่ไม่มีระบบป้องกันโรคเข้าฟาร์มตามมาตรฐาน และไม่ผ่านการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค บ่อจุ่มเท้าหน้าฟาร์มกับรองเท้าบูทที่ใช้ในฟาร์มอย่างเดียวเป็นนิสัยเล็ก ๆ แต่ช่วยปิดเส้นทางที่ WOAH อธิบายไว้ได้ครับ
OUTSIDE FARM BOOTS ╥ ╥ ║ ▙ ▙ ║---+---+---+---+---+---+---+---+---+--- _________ ___ ║ °| . . .|[]_\ o ║=== _________, |=========|____|/|\ ║=== \_(________)~ (O) (O) / \ ║=== <o || || __________________________\~~≈~/________________________________ FOOTBATH | / / / | | / | | /
สิ่งที่โรคนี้ไม่ใช่
โรคปากและเท้าเปื่อยไม่ใช่ปัญหาสุขภาพของคน WOAH ระบุว่าโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คนได้ง่ายและไม่เป็นความเสี่ยงต่อสาธารณสุข เหตุผลที่ต้องจริงจังกับโรคนี้คือน้ำหนักและการเติบโตของสัตว์ ลูกสัตว์ และการขายและเคลื่อนย้ายสัตว์ได้ ไม่ใช่สุขภาพของคนในครอบครัวครับ
สรุป
| ความเชื่อ | ข้อเท็จจริง | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| เป็นปัญหาของโคนม | ติดได้ทั้งโค กระบือ และสัตว์กีบคู่อื่น ลูกสัตว์ตายมากกว่า | สังเกตฝูงกระบือและโคเนื้อว่ามีน้ำลายไหล ตุ่มพอง หรือกะเผลกหรือไม่ |
| ฉีดครั้งเดียวป้องกันตลอด | ภูมิคุ้มกันอยู่ไม่นานและป้องกันเฉพาะชนิดไวรัสที่ตรงกัน ไทยฉีดเป็นรอบทุกปี | พาสัตว์ทุกตัวมาฉีดทุกรอบ รวมลูกสัตว์และตัวที่ซื้อมาใหม่ |
| แจ้งแล้วเดือดร้อน | การแจ้งช้าทำให้โรคระบาดลุกลาม กรมปศุสัตว์ขอให้แจ้งเร็ว | แจ้งปศุสัตว์อำเภอ สายด่วน 063-225-6888 หรือแอป DLD 4.0 |
| สัตว์ใหม่ดูแข็งแรงก็ปลอดภัย | สัตว์มีเชื้อได้ก่อนแสดงอาการ การเคลื่อนย้ายเกี่ยวข้องกับการระบาด | แยกเลี้ยงสัตว์ใหม่อย่างน้อย 7 วัน และตรวจเอกสารการเคลื่อนย้าย |
| ฆ่าเชื้อเป็นเรื่องของฟาร์มใหญ่ | เชื้อไปกับรองเท้า รถ อุปกรณ์ และอาหารสัตว์ได้ | ใช้รองเท้าเฉพาะฟาร์ม ไม่ให้รถเข้าฟาร์ม ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ก่อนนำเข้า |
ไม่มีข้อไหนยากเลย เป็นแค่นิสัยไม่กี่ข้อที่ทำซ้ำทุกฤดู เพื่อไม่ให้สัตว์ป่วยตัวเดียวกลายเป็นตลาดที่ปิดครับ
แหล่งอ้างอิง
- WOAH: Foot and mouth disease
- Yano T. และคณะ (2018). The Effectiveness of a Foot and Mouth Disease Outbreak Control Programme in Thailand 2008–2015: Case Studies and Lessons Learned. Veterinary Sciences 5(4):101
- กรมปศุสัตว์ (Pamaranon N.). Member report, SEACFMD campaign progress, Thailand. การประชุม 28th SEACFMD Sub-Commission กรกฎาคม พ.ศ. 2569 (WOAH Asia)
- กรมปศุสัตว์ (Rungpheung W.). Animal movement control in Thailand (WOAH Asia)
- Al-Majali A. FMD vaccine and vaccination (WOAH Middle East)
- แนวหน้า, 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562: อธิบดีกรมปศุสัตว์คิกออฟโครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 1 ปีงบประมาณ 2563 จังหวัดลพบุรี
- ไทยรัฐ, 13 มกราคม พ.ศ. 2563: โรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
- ไทยรัฐ, 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2568: สายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 และแอป DLD 4.0 สำหรับแจ้งสัตว์ป่วยหรือตาย
- แอป DLD4.0 (กรมปศุสัตว์) บน App Store
- Wikimedia Commons: Foot and mouth disease in mouth.jpg (USDA, สาธารณสมบัติ)
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
โรคลัมปีสกินปี 2564 บทเรียนที่คนเลี้ยงวัวควรรู้
โรคลัมปีสกิน (LSD) ระบาดในโคและกระบือทั่วไทยปี 2564 แมลงดูดเลือดพาโรคจากคอกสู่คอก วัคซีนกับการคุมการเคลื่อนย้ายช่วยคุมโรค พร้อม 5 วิธีป้องกันสำหรับฟาร์มเล็ก
ปานกลาง9 นาที
- lumpy skin disease
- LSD
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง9 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders
ปศุสัตว์ไทย
วิธีปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตัดกี่วัน หมักอย่างไร
ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตามคู่มือกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่เตรียมดิน ปักท่อนพันธุ์ ตัดทุก 60 วัน จนถึงทำหญ้าหมัก และทำไมอายุตัดจึงเปลี่ยนคุณค่าอาหารของโคและกระบือ
เริ่มต้น10 นาที
- napier grass
- pakchong 1
- forage
- silage
- beef cattle
- buffalo
- feed