ข้ามไปยังเนื้อหา
กลับไปหน้าบทความ
ปศุสัตว์ไทย

ควรถ่ายพยาธิวัวควายเมื่อไร

กำหนดถ่ายพยาธิโคกระบือตามคำแนะนำกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ลูกสัตว์อายุ 3 สัปดาห์ สัตว์โตปีละ 2 ครั้ง และเดือนที่ควรถ่ายพยาธิใบไม้ตับ พร้อมเรื่องพยาธิดื้อยา

เริ่มต้น7 นาทีในการอ่าน

ในบทความนี้

ตอบสั้น ๆ ตามคำแนะนำของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ คือ ถ่ายพยาธิลูกโคลูกกระบือครั้งแรกตอนอายุ 3 สัปดาห์ และซ้ำตอนอายุ 6 สัปดาห์ ส่วนสัตว์ที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปให้ถ่ายพยาธิปีละ 2 ครั้ง ถ้าฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้ตับ ให้ถ่ายพยาธิใบไม้ตับช่วงสิงหาคม–กันยายน และมีนาคม–เมษายน

ตอนนี้ต้นเดือนมีนาคม ตรงกับรอบที่สองของพยาธิใบไม้ตับพอดี ผมเลยเขียนบทความนี้เป็นปฏิทินถ่ายพยาธิทีละช่วงอายุ และอธิบายว่าทำไมการถ่ายพยาธิบ่อยเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันครับ

วงจรพยาธิใบไม้ตับ ตัวแก่อยู่ในท่อน้ำดี ไข่ออกมากับมูล ฟักในน้ำ เจริญในหอยคัน ตัวอ่อนเกาะหญ้าริมน้ำ แล้ววัวควายกินเข้าไปอีก ในพื้นที่ระบาดให้ยาช่วงสิงหาคมถึงกันยายนและมีนาคมถึงเมษายน

พยาธิที่พบบ่อยในวัวควายมีอะไรบ้าง

พยาธิภายในที่สำคัญของโคกระบือแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร และพยาธิใบไม้ ทั้งพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ในกระเพาะ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุว่าพยาธิที่สำคัญในโค-กระบือส่วนมากเป็นพยาธิตัวกลม

พยาธิตัวกลม

อีกเรื่องหนึ่งคือ วัวที่ขังคอกก็ติดพยาธิกลุ่มนี้ได้ สถาบันฯ อธิบายว่าตอนเช้าก่อนแดดแรงตัวอ่อนจะไต่ขึ้นมาอยู่ที่ยอดหญ้า และถ้าไม่ได้ปล่อยแปลง สัตว์ก็ติดได้จากหญ้าที่เจ้าของตัดมาให้กิน

พยาธิใบไม้

วัวควายที่มีพยาธิมีอาการอย่างไร

อาการที่เห็นบ่อยคือ ผอม โตช้า ซีด และท้องเสียเรื้อรัง สถาบันฯ ระบุอาการของพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหารว่าผอม โลหิตจาง ท้องเสียเรื้อรัง บวมน้ำใต้คาง และเติบโตช้า

พยาธิใบไม้ตับมีสองแบบตามที่สถาบันฯ อธิบาย:

แบบ เกิดเมื่อ อาการ
เฉียบพลัน สัตว์กินตัวอ่อนเข้าไปพร้อมกันมาก ๆ พบมากในโคอายุน้อย ตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้า
เรื้อรัง พบในโคที่โตแล้ว ซูบผอม เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อย เยื่อเมือกที่ตาและปากซีด ผิวหนังหยาบ บวมน้ำใต้คาง ท้องผูกสลับท้องเสีย

อาการเหล่านี้ไม่เฉพาะเจาะจง วัวผอมอาจผอมเพราะหญ้าไม่พอ ฟันไม่ดี หรือโรคอื่นก็ได้ ดังนั้นผมคิดว่าการเห็นวัวผอมแล้วกรอกยาถ่ายพยาธิทันทีไม่ใช่คำตอบเสมอไป ต้องตรวจมูลดูก่อน ซึ่งอยู่ในหัวข้อสุดท้ายครับ

ลูกวัวลูกควายควรถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่อไร

ตอนอายุ 3 สัปดาห์ แล้วถ่ายซ้ำตอนอายุ 6 สัปดาห์ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแนะนำให้ให้ยาถ่ายพยาธิลูกโคทุกตัวเมื่ออายุ 3 สัปดาห์ และให้ยาซ้ำเมื่ออายุ 6 สัปดาห์

เหตุผลคือพยาธิไส้เดือนที่ติดมาจากแม่ ถ้ารอถ่ายพยาธิพร้อมฝูงตอนลูกอายุหลายเดือน ลูกสัตว์อาจป่วยไปก่อนแล้ว งานวิจัยใน Veterinary World ระบุอาการในลูกกระบือที่ติดพยาธิตัวนี้ว่าท้องเสียรุนแรง ปวดท้อง และผอมแห้ง และระบุว่าก่อนหน้านั้นเคยมีลูกสัตว์ในฟาร์มเดียวกันท้องเสียรุนแรงจนตาย

ขั้นตอนสำหรับลูกสัตว์

  1. จดวันเกิดลูกทุกตัว นับไปข้างหน้า 3 สัปดาห์และ 6 สัปดาห์ แล้วเขียนวันที่ไว้
  2. ชั่งน้ำหนักลูกก่อนให้ยา เพราะยาทุกตัวในตารางของกรมปศุสัตว์ให้ตามน้ำหนักสัตว์
  3. ใช้ยาที่สัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอแนะนำสำหรับลูกสัตว์ ผมไม่ใส่ขนาดยาไว้ในบทความนี้ เพราะต้องดูตามฉลากของยาที่ใช้จริง
  4. จดชื่อยา วันที่ และน้ำหนักลงในประวัติของลูกตัวนั้น

วัวควายอายุ 6 เดือนขึ้นไปควรถ่ายพยาธิปีละกี่ครั้ง

ปีละ 2 ครั้ง สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแนะนำไว้ตรงกันทั้งในหน้าโรคพยาธิตัวกลมและหน้าโรคที่ต้องระวังช่วงฤดูฝน ว่าให้ถ่ายพยาธิลูกโคและกระบือที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปปีละ 2 ครั้ง ส่วนแม่โครีดนมควรให้ยาถ่ายในช่วงพักการให้น้ำนม (ดราย)

กรมปศุสัตว์จัดโรคพยาธิไว้เป็นโรคแรกในรายการโรคที่พบเสมอในช่วงต้นฤดูฝน ถ้าจะเลือกช่วงให้ยาเอง ผมจะวางรอบหนึ่งไว้ก่อนฝนมาครับ แต่ข้อนี้เป็นความเห็นของผมจากรายการโรคหน้าฝนนี้ ไม่ใช่ตารางที่กรมฯ กำหนดเป็นเดือน

พยาธิใบไม้ตับต้องถ่ายช่วงเดือนไหน

ในพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้ตับระบาด ให้ถ่ายพยาธิสัตว์ที่อายุ 8 เดือนขึ้นไปปีละ 2 ครั้ง คือสิงหาคม–กันยายน และมีนาคม–เมษายนของปีถัดไป ตามคำแนะนำของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

สองรอบนี้มีเหตุผลต่างกัน รอบสิงหาคม–กันยายนเพื่อลดอัตราการติดโรคในหอย คือลดไข่พยาธิที่ออกไปกับมูลในช่วงที่มีน้ำและหอยมาก ส่วนรอบมีนาคม–เมษายนเพื่อให้สัตว์หายจากโรคและสุขภาพดีขึ้น

ยาถ่ายพยาธิทุกตัวไม่ได้ฆ่าพยาธิใบไม้ตับ หน้าความรู้ของสถาบันฯ แยกรายการยาที่ออกฤทธิ์ต่อพยาธิใบไม้ตับไว้ต่างหาก เช่น ทริคลาเบนดาโซล โคลซานเทล และนิโคลโฟแลน และเตือนว่าต้องให้ตามขนาดที่กำหนด มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ ก่อนซื้อยาจึงควรบอกสัตวแพทย์ให้ชัดว่าจะถ่ายพยาธิใบไม้ตับครับ

ลดพยาธิใบไม้ตับโดยไม่ใช้ยา

จากหัวข้อการควบคุมและป้องกันบนหน้าเดียวกัน:

  • ไม่ปล่อยสัตว์ไปกินหญ้าหรือพืชน้ำในแหล่งที่มีพยาธิใบไม้ตับระบาด
  • จัดการระบายน้ำในแปลงหญ้า ไม่ให้น้ำขังนาน เพราะเป็นที่อยู่ของหอย
  • ตรวจอุจจาระโคเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง

ถ่ายพยาธิบ่อย ๆ ทำให้ยาไม่ได้ผลจริงไหม

จริง ถ้าใช้ยาบ่อยและใช้กับสัตว์ทุกตัวพร้อมกันตลอด พยาธิที่รอดจากยาจะเพิ่มจำนวนขึ้นจนยาตัวนั้นใช้ไม่ได้ผล เรียกว่าพยาธิดื้อยา (anthelmintic resistance)

ในไทยมีหลักฐานชัดในแพะแล้ว งานวิจัยใน Veterinary World ปี 2565 ทดสอบฝูงแพะเนื้อ 29 ฝูงที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พบว่าทุกฝูงดื้อต่ออัลเบนดาโซลและไอเวอร์เมกติน และดื้อต่อเลวามิโซลสองฝูง นักวิจัยยังพบว่าเกษตรกรราว 36% ให้ไอเวอร์เมกตินเกินขนาดบนฉลาก ผลนี้เป็นของแพะ ไม่ใช่โคกระบือ แต่ยาที่ใช้เป็นกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในวัวควาย

บทความทบทวนของ J.A. van Wyk ในวารสาร Onderstepoort Journal of Veterinary Research ปี 2544 ชี้ว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ refugia ซึ่งสำคัญกว่าการลดความถี่ในการให้ยาหรือการไม่ให้ยาต่ำกว่าขนาด refugia คือพยาธิส่วนที่ไม่ได้โดนยาในรอบนั้น เช่น พยาธิในสัตว์ตัวที่ไม่ได้รับยา หรือตัวอ่อนที่อยู่บนแปลงหญ้า หลักคิดคือพยาธิกลุ่มนี้ยังไม่ได้ถูกยาคัดเลือก จึงช่วยให้พยาธิที่ดื้อยาไม่กลายเป็นส่วนใหญ่ของฝูงพยาธิเร็วเกินไป บทความเดียวกันยังเตือนว่าเรานิ่งนอนใจเกินไปว่าการดื้อยาจะไม่ลามมาถึงโค

สิ่งที่ผมเอามาใช้จากเรื่องนี้มีสามข้อ:

  1. อย่าถ่ายพยาธิถี่กว่าที่กรมปศุสัตว์แนะนำโดยไม่มีผลตรวจมูลรองรับ
  2. ให้ยาตามน้ำหนักจริง ไม่เดาน้ำหนักและไม่ "เผื่อ" ขนาดยา
  3. ถามสัตวแพทย์ว่าจำเป็นต้องให้ยาทุกตัวในฝูงไหม หรือให้เฉพาะตัวที่ผลตรวจหรืออาการบอกว่ามีพยาธิมาก

ก่อนถ่ายพยาธิควรเตรียมอะไร

ตรวจมูลก่อนเพื่อรู้ว่ามีพยาธิอะไร แล้วชั่งน้ำหนักเพื่อให้ยาถูกขนาด การตรวจไข่พยาธิในมูลเป็นวิธีที่กรมปศุสัตว์ใช้ทั้งกับพยาธิตัวกลม (วิธีลอยตัวด้วยน้ำเกลือ) และพยาธิใบไม้ตับ (วิธีตกตะกอน) ผลตรวจจึงบอกได้ว่าควรใช้ยากลุ่มไหน

เช็กลิสต์ก่อนวันถ่ายพยาธิ

  • เก็บมูลสด ๆ จากสัตว์บางตัวในฝูงไปตรวจ ถามปศุสัตว์อำเภอว่าส่งตรวจได้ที่ไหน
  • ชั่งน้ำหนักสัตว์ทุกตัวที่จะให้ยา
  • ถามสัตวแพทย์ว่ายาตัวไหนออกฤทธิ์กับพยาธิที่ตรวจพบ โดยเฉพาะถ้าพบพยาธิใบไม้ตับ
  • แม่โครีดนม ให้วางรอบถ่ายพยาธิไว้ช่วงดราย เพราะยาตกค้างในน้ำนมได้
  • จดชื่อยา วันที่ และน้ำหนักของสัตว์แต่ละตัว เพื่อดูย้อนหลังว่ายาตัวไหนใช้ไปแล้วกี่ครั้ง
  • ถ้าหลังให้ยาแล้วสัตว์ยังผอม ซีด หรือท้องเสีย ให้ตรวจมูลซ้ำแทนการให้ยาซ้ำทันที

ปฏิทินถ่ายพยาธิแบบย่อ

ช่วง สิ่งที่ทำ ที่มา
ลูกอายุ 3 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิครั้งแรก สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
ลูกอายุ 6 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
อายุ 6 เดือนขึ้นไป ปีละ 2 ครั้ง สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
มีนาคม–เมษายน พยาธิใบไม้ตับ รอบที่ 2 (พื้นที่ระบาด อายุ 8 เดือนขึ้นไป) สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
สิงหาคม–กันยายน พยาธิใบไม้ตับ รอบที่ 1 สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
อย่างน้อยปีละครั้ง ตรวจอุจจาระ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ