ควรถ่ายพยาธิวัวควายเมื่อไร
กำหนดถ่ายพยาธิโคกระบือตามคำแนะนำกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่ลูกสัตว์อายุ 3 สัปดาห์ สัตว์โตปีละ 2 ครั้ง และเดือนที่ควรถ่ายพยาธิใบไม้ตับ พร้อมเรื่องพยาธิดื้อยา
เริ่มต้น7 นาทีในการอ่าน
LIVER FLUKE CYCLE cow/buffalo eggs in dung ●──────────────────────────────┐ flukes in · │ bile ducts │ │ eggs hatch │ │ in water │ │ ~ ~ ~ ~ ~ eaten │ │ with grass │ │ └──────────────────────────────┘ inside a young flukes on wet grass pond snail | / / / / | | | @_ fluke areas: dose months J F M A M J J A S O N D ▲ ▲ ▲ ▲
ในบทความนี้
ตอบสั้น ๆ ตามคำแนะนำของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ คือ ถ่ายพยาธิลูกโคลูกกระบือครั้งแรกตอนอายุ 3 สัปดาห์ และซ้ำตอนอายุ 6 สัปดาห์ ส่วนสัตว์ที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปให้ถ่ายพยาธิปีละ 2 ครั้ง ถ้าฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้ตับ ให้ถ่ายพยาธิใบไม้ตับช่วงสิงหาคม–กันยายน และมีนาคม–เมษายน
ตอนนี้ต้นเดือนมีนาคม ตรงกับรอบที่สองของพยาธิใบไม้ตับพอดี ผมเลยเขียนบทความนี้เป็นปฏิทินถ่ายพยาธิทีละช่วงอายุ และอธิบายว่าทำไมการถ่ายพยาธิบ่อยเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันครับ
LIVER FLUKE CYCLE cow/buffalo eggs in dung ●──────────────────────────────┐ flukes in · │ bile ducts │ │ eggs hatch │ │ in water │ │ ~ ~ ~ ~ ~ eaten │ │ with grass │ │ └──────────────────────────────┘ inside a young flukes on wet grass pond snail | / / / / | | | @_ fluke areas: dose months J F M A M J J A S O N D ▲ ▲ ▲ ▲
พยาธิที่พบบ่อยในวัวควายมีอะไรบ้าง
พยาธิภายในที่สำคัญของโคกระบือแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหาร และพยาธิใบไม้ ทั้งพยาธิใบไม้ตับและพยาธิใบไม้ในกระเพาะ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติระบุว่าพยาธิที่สำคัญในโค-กระบือส่วนมากเป็นพยาธิตัวกลม
พยาธิตัวกลม
- พยาธิไส้เดือน พบในสัตว์อายุน้อย สถาบันฯ ระบุว่าติดมาจากแม่ทางสายรกและทางน้ำนม และทำให้อัตราการตายสูง งานวิจัยเรื่องพยาธิไส้เดือน Toxocara vitulorum ในกระบือที่ตีพิมพ์ในวารสาร Veterinary World เดือนกุมภาพันธ์ 2568 อธิบายว่าตัวอ่อนที่ฝังตัวอยู่ในแม่จะออกมากับน้ำนมเหลืองและน้ำนม และลูกสัตว์ติดมากที่สุดในสองวันแรกหลังคลอด
- พยาธิเม็ดตุ่ม พยาธิปากขอ และพยาธิดูดเลือดในกระเพาะที่สี่ เช่น Oesophagostomum, Bunostomum, Haemonchus และ Mecistocirrus พยาธิกลุ่มนี้ดูดเลือดเป็นอาหาร และมักเป็นอันตรายร้ายแรงในโคอายุ 6 เดือนขึ้นไป สัตว์ติดจากการกินตัวอ่อนระยะติดต่อที่อยู่ตามหญ้า
อีกเรื่องหนึ่งคือ วัวที่ขังคอกก็ติดพยาธิกลุ่มนี้ได้ สถาบันฯ อธิบายว่าตอนเช้าก่อนแดดแรงตัวอ่อนจะไต่ขึ้นมาอยู่ที่ยอดหญ้า และถ้าไม่ได้ปล่อยแปลง สัตว์ก็ติดได้จากหญ้าที่เจ้าของตัดมาให้กิน
พยาธิใบไม้
- พยาธิใบไม้ตับ (Fasciola gigantica) ตัวแก่ยาว30–55 มิลลิเมตร อยู่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดี ไข่ออกมากับมูล ฟักเป็นตัวอ่อนในน้ำ เข้าไปเจริญในหอยคันก้นแหลม (Lymnaea rubiginosa) แล้วออกจากหอยไปเกาะตามใบหญ้าและวัชพืชริมน้ำ สัตว์กินเข้าไปก็ติด
- พยาธิใบไม้ในกระเพาะ (rumen fluke) การสำรวจของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วง พ.ศ. 2546–2548 ตรวจอุจจาระโค 2,898 ตัวอย่าง พบพยาธิใบไม้ในกระเพาะ 91.75% และพยาธิใบไม้ตับ 8.18% โดยพบพยาธิใบไม้ตับในทุกอำเภอที่สำรวจ
วัวควายที่มีพยาธิมีอาการอย่างไร
อาการที่เห็นบ่อยคือ ผอม โตช้า ซีด และท้องเสียเรื้อรัง สถาบันฯ ระบุอาการของพยาธิตัวกลมในทางเดินอาหารว่าผอม โลหิตจาง ท้องเสียเรื้อรัง บวมน้ำใต้คาง และเติบโตช้า
พยาธิใบไม้ตับมีสองแบบตามที่สถาบันฯ อธิบาย:
| แบบ | เกิดเมื่อ | อาการ |
|---|---|---|
| เฉียบพลัน | สัตว์กินตัวอ่อนเข้าไปพร้อมกันมาก ๆ พบมากในโคอายุน้อย | ตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการล่วงหน้า |
| เรื้อรัง | พบในโคที่โตแล้ว | ซูบผอม เบื่ออาหาร ท้องอืดบ่อย เยื่อเมือกที่ตาและปากซีด ผิวหนังหยาบ บวมน้ำใต้คาง ท้องผูกสลับท้องเสีย |
อาการเหล่านี้ไม่เฉพาะเจาะจง วัวผอมอาจผอมเพราะหญ้าไม่พอ ฟันไม่ดี หรือโรคอื่นก็ได้ ดังนั้นผมคิดว่าการเห็นวัวผอมแล้วกรอกยาถ่ายพยาธิทันทีไม่ใช่คำตอบเสมอไป ต้องตรวจมูลดูก่อน ซึ่งอยู่ในหัวข้อสุดท้ายครับ
ลูกวัวลูกควายควรถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่อไร
ตอนอายุ 3 สัปดาห์ แล้วถ่ายซ้ำตอนอายุ 6 สัปดาห์ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแนะนำให้ให้ยาถ่ายพยาธิลูกโคทุกตัวเมื่ออายุ 3 สัปดาห์ และให้ยาซ้ำเมื่ออายุ 6 สัปดาห์
เหตุผลคือพยาธิไส้เดือนที่ติดมาจากแม่ ถ้ารอถ่ายพยาธิพร้อมฝูงตอนลูกอายุหลายเดือน ลูกสัตว์อาจป่วยไปก่อนแล้ว งานวิจัยใน Veterinary World ระบุอาการในลูกกระบือที่ติดพยาธิตัวนี้ว่าท้องเสียรุนแรง ปวดท้อง และผอมแห้ง และระบุว่าก่อนหน้านั้นเคยมีลูกสัตว์ในฟาร์มเดียวกันท้องเสียรุนแรงจนตาย
ขั้นตอนสำหรับลูกสัตว์
- จดวันเกิดลูกทุกตัว นับไปข้างหน้า 3 สัปดาห์และ 6 สัปดาห์ แล้วเขียนวันที่ไว้
- ชั่งน้ำหนักลูกก่อนให้ยา เพราะยาทุกตัวในตารางของกรมปศุสัตว์ให้ตามน้ำหนักสัตว์
- ใช้ยาที่สัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอแนะนำสำหรับลูกสัตว์ ผมไม่ใส่ขนาดยาไว้ในบทความนี้ เพราะต้องดูตามฉลากของยาที่ใช้จริง
- จดชื่อยา วันที่ และน้ำหนักลงในประวัติของลูกตัวนั้น
วัวควายอายุ 6 เดือนขึ้นไปควรถ่ายพยาธิปีละกี่ครั้ง
ปีละ 2 ครั้ง สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติแนะนำไว้ตรงกันทั้งในหน้าโรคพยาธิตัวกลมและหน้าโรคที่ต้องระวังช่วงฤดูฝน ว่าให้ถ่ายพยาธิลูกโคและกระบือที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปปีละ 2 ครั้ง ส่วนแม่โครีดนมควรให้ยาถ่ายในช่วงพักการให้น้ำนม (ดราย)
กรมปศุสัตว์จัดโรคพยาธิไว้เป็นโรคแรกในรายการโรคที่พบเสมอในช่วงต้นฤดูฝน ถ้าจะเลือกช่วงให้ยาเอง ผมจะวางรอบหนึ่งไว้ก่อนฝนมาครับ แต่ข้อนี้เป็นความเห็นของผมจากรายการโรคหน้าฝนนี้ ไม่ใช่ตารางที่กรมฯ กำหนดเป็นเดือน
พยาธิใบไม้ตับต้องถ่ายช่วงเดือนไหน
ในพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้ตับระบาด ให้ถ่ายพยาธิสัตว์ที่อายุ 8 เดือนขึ้นไปปีละ 2 ครั้ง คือสิงหาคม–กันยายน และมีนาคม–เมษายนของปีถัดไป ตามคำแนะนำของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
สองรอบนี้มีเหตุผลต่างกัน รอบสิงหาคม–กันยายนเพื่อลดอัตราการติดโรคในหอย คือลดไข่พยาธิที่ออกไปกับมูลในช่วงที่มีน้ำและหอยมาก ส่วนรอบมีนาคม–เมษายนเพื่อให้สัตว์หายจากโรคและสุขภาพดีขึ้น
ยาถ่ายพยาธิทุกตัวไม่ได้ฆ่าพยาธิใบไม้ตับ หน้าความรู้ของสถาบันฯ แยกรายการยาที่ออกฤทธิ์ต่อพยาธิใบไม้ตับไว้ต่างหาก เช่น ทริคลาเบนดาโซล โคลซานเทล และนิโคลโฟแลน และเตือนว่าต้องให้ตามขนาดที่กำหนด มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ ก่อนซื้อยาจึงควรบอกสัตวแพทย์ให้ชัดว่าจะถ่ายพยาธิใบไม้ตับครับ
ลดพยาธิใบไม้ตับโดยไม่ใช้ยา
จากหัวข้อการควบคุมและป้องกันบนหน้าเดียวกัน:
- ไม่ปล่อยสัตว์ไปกินหญ้าหรือพืชน้ำในแหล่งที่มีพยาธิใบไม้ตับระบาด
- จัดการระบายน้ำในแปลงหญ้า ไม่ให้น้ำขังนาน เพราะเป็นที่อยู่ของหอย
- ตรวจอุจจาระโคเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง
ถ่ายพยาธิบ่อย ๆ ทำให้ยาไม่ได้ผลจริงไหม
จริง ถ้าใช้ยาบ่อยและใช้กับสัตว์ทุกตัวพร้อมกันตลอด พยาธิที่รอดจากยาจะเพิ่มจำนวนขึ้นจนยาตัวนั้นใช้ไม่ได้ผล เรียกว่าพยาธิดื้อยา (anthelmintic resistance)
ในไทยมีหลักฐานชัดในแพะแล้ว งานวิจัยใน Veterinary World ปี 2565 ทดสอบฝูงแพะเนื้อ 29 ฝูงที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พบว่าทุกฝูงดื้อต่ออัลเบนดาโซลและไอเวอร์เมกติน และดื้อต่อเลวามิโซลสองฝูง นักวิจัยยังพบว่าเกษตรกรราว 36% ให้ไอเวอร์เมกตินเกินขนาดบนฉลาก ผลนี้เป็นของแพะ ไม่ใช่โคกระบือ แต่ยาที่ใช้เป็นกลุ่มเดียวกับที่ใช้ในวัวควาย
บทความทบทวนของ J.A. van Wyk ในวารสาร Onderstepoort Journal of Veterinary Research ปี 2544 ชี้ว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ refugia ซึ่งสำคัญกว่าการลดความถี่ในการให้ยาหรือการไม่ให้ยาต่ำกว่าขนาด refugia คือพยาธิส่วนที่ไม่ได้โดนยาในรอบนั้น เช่น พยาธิในสัตว์ตัวที่ไม่ได้รับยา หรือตัวอ่อนที่อยู่บนแปลงหญ้า หลักคิดคือพยาธิกลุ่มนี้ยังไม่ได้ถูกยาคัดเลือก จึงช่วยให้พยาธิที่ดื้อยาไม่กลายเป็นส่วนใหญ่ของฝูงพยาธิเร็วเกินไป บทความเดียวกันยังเตือนว่าเรานิ่งนอนใจเกินไปว่าการดื้อยาจะไม่ลามมาถึงโค
สิ่งที่ผมเอามาใช้จากเรื่องนี้มีสามข้อ:
- อย่าถ่ายพยาธิถี่กว่าที่กรมปศุสัตว์แนะนำโดยไม่มีผลตรวจมูลรองรับ
- ให้ยาตามน้ำหนักจริง ไม่เดาน้ำหนักและไม่ "เผื่อ" ขนาดยา
- ถามสัตวแพทย์ว่าจำเป็นต้องให้ยาทุกตัวในฝูงไหม หรือให้เฉพาะตัวที่ผลตรวจหรืออาการบอกว่ามีพยาธิมาก
ก่อนถ่ายพยาธิควรเตรียมอะไร
ตรวจมูลก่อนเพื่อรู้ว่ามีพยาธิอะไร แล้วชั่งน้ำหนักเพื่อให้ยาถูกขนาด การตรวจไข่พยาธิในมูลเป็นวิธีที่กรมปศุสัตว์ใช้ทั้งกับพยาธิตัวกลม (วิธีลอยตัวด้วยน้ำเกลือ) และพยาธิใบไม้ตับ (วิธีตกตะกอน) ผลตรวจจึงบอกได้ว่าควรใช้ยากลุ่มไหน
เช็กลิสต์ก่อนวันถ่ายพยาธิ
- เก็บมูลสด ๆ จากสัตว์บางตัวในฝูงไปตรวจ ถามปศุสัตว์อำเภอว่าส่งตรวจได้ที่ไหน
- ชั่งน้ำหนักสัตว์ทุกตัวที่จะให้ยา
- ถามสัตวแพทย์ว่ายาตัวไหนออกฤทธิ์กับพยาธิที่ตรวจพบ โดยเฉพาะถ้าพบพยาธิใบไม้ตับ
- แม่โครีดนม ให้วางรอบถ่ายพยาธิไว้ช่วงดราย เพราะยาตกค้างในน้ำนมได้
- จดชื่อยา วันที่ และน้ำหนักของสัตว์แต่ละตัว เพื่อดูย้อนหลังว่ายาตัวไหนใช้ไปแล้วกี่ครั้ง
- ถ้าหลังให้ยาแล้วสัตว์ยังผอม ซีด หรือท้องเสีย ให้ตรวจมูลซ้ำแทนการให้ยาซ้ำทันที
ปฏิทินถ่ายพยาธิแบบย่อ
| ช่วง | สิ่งที่ทำ | ที่มา |
|---|---|---|
| ลูกอายุ 3 สัปดาห์ | ถ่ายพยาธิครั้งแรก | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
| ลูกอายุ 6 สัปดาห์ | ถ่ายพยาธิซ้ำ | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
| อายุ 6 เดือนขึ้นไป | ปีละ 2 ครั้ง | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
| มีนาคม–เมษายน | พยาธิใบไม้ตับ รอบที่ 2 (พื้นที่ระบาด อายุ 8 เดือนขึ้นไป) | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
| สิงหาคม–กันยายน | พยาธิใบไม้ตับ รอบที่ 1 | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
| อย่างน้อยปีละครั้ง | ตรวจอุจจาระ | สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ |
แหล่งอ้างอิง
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์: โรคสัตว์สำคัญที่ต้องระวังในช่วงฤดูฝน
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์: หนอนพยาธิตัวกลมที่สำคัญในทางเดินอาหาร (Gastro-intestinal nematode)
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์: โรคพยาธิใบไม้ในตับ (Fasciolosis)
- รุจีรัตน์ วรสิงห์ (2550): ปรสิตในทางเดินอาหารและในเลือดโคที่ตรวจพบในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช Thai-NIAH eJournal ปีที่ 2 ฉบับที่ 1
- Veterinary World (กุมภาพันธ์ 2568): Targeted pre-partum strategies to suppress Toxocara vitulorum hypobiotic larvae
- Ratanapob N, Thuamsuwan N, Thongyuan S. (2565): Anthelmintic resistance status of goat gastrointestinal nematodes in Sing Buri Province, Thailand Veterinary World 15(1)
- van Wyk J.A. (2544): Refugia: overlooked as perhaps the most potent factor concerning the development of anthelmintic resistance Onderstepoort Journal of Veterinary Research
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
โรคคอบวมในควายคืออะไร ป้องกันอย่างไร
โรคคอบวมหรือเฮโมรายิกเซพติซีเมียในโคกระบือเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กระบือป่วยรุนแรงกว่าโค สรุปอาการ ช่วงที่ระบาด วัคซีนของกรมปศุสัตว์ และการแจ้งโรค
เริ่มต้น8 นาที
- hemorrhagic septicemia
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- rainy season
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาที
- FMD
- foot-and-mouth disease
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง10 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders