ค่า THI คืออะไร ใช้ดูว่าวัวเครียดจากความร้อนแค่ไหน
ค่า THI รวมอุณหภูมิกับความชื้นเป็นตัวเลขเดียวที่บอกความเครียดจากความร้อนในโค พร้อมวิธีคำนวณทีละขั้น ข้อมูลอากาศไทย และผลต่ออัตราการตั้งท้องของโคเนื้อ
ขั้นสูง11 นาทีในการอ่าน
THI = (1.8T+32) - (0.55-0.0055RH)(1.8T-26) * * * * ** TIME 04:00 [·] [·] [·] [▒] MILD + MODERATE [·] [█] ········· [·]•───────────•────────────┐ ···· ···· [·] [█] ├>+ ··· ··· [·] [█]•───────•───────┘ ·· ·· [░] [█] ·· \\\ ··+ [█] [█] · \\\\ · TEMP RH OK · \\o · 22.2C 89% 68 90 THI 71.2 __________________________ OK
ในบทความนี้
ถ้าถามคนเลี้ยงวัวช่วงเดือนเมษายนว่าฝูงเป็นอย่างไรบ้าง หลายคนจะตอบว่า "กินน้อยลง" หรือ "ผสมเทียมแล้วไม่ติด" แต่ถ้าถามว่าอากาศเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่จะตอบเป็นตัวเลขอุณหภูมิอย่างเดียว ซึ่งบอกได้แค่ครึ่งเดียว บ่ายที่ร้อนแต่แห้งกับบ่ายที่ร้อนและอบอ้าว คนเรารู้สึกต่างกันมาก วัวก็รู้สึกต่างกันเหมือนกันครับ
ดัชนีอุณหภูมิและความชื้น (temperature-humidity index หรือ THI) คือการรวมตัวเลขสองตัวนี้ให้เหลือตัวเดียว บทความนี้จะพาดูสูตร คำนวณให้ดูทีละขั้นสำหรับบ่ายวันร้อน แล้วดูว่างานวิจัยในไทยพบอะไรบ้าง ทั้งเรื่องที่อากาศเมืองไทยข้ามเส้นความเครียดบ่อยแค่ไหน และอัตราการตั้งท้องของโคเนื้อในฟาร์มไทยลดลงเท่าไรในช่วงเดือนที่ร้อนครับ
บทความนี้จัดเป็นระดับสูงเพราะมีการคำนวณอยู่บ้าง แต่ใช้แค่เครื่องคิดเลขก็พอ และตัวเลขจากงานวิจัยทุกตัวมีลิงก์ไปยังงานที่เป็นที่มาครับ
ทำไมความชื้นสำคัญพอ ๆ กับความร้อน
คู่มือของหน่วยส่งเสริมการเกษตร มหาวิทยาลัยเนแบรสกา-ลิงคอล์น สหรัฐอเมริกา บอกไว้ตรง ๆ ว่าความร้อนส่งผลหนักต่อสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมความชื้นสูงและลมนิ่ง คู่มือเดียวกันบอกว่าความเครียดจากสภาพแวดล้อมขึ้นกับสี่อย่าง คือ อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วลม และแสงแดด (Chichester & Mader, UNL Extension G2121)
THI ใช้แค่สองอย่างแรก ไม่ได้รวมลมและแดด จึงเป็นตัวเลขแบบย่อ แต่ข้อดีคือหาข้อมูลมาใช้ได้ง่ายทุกวัน ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ศึกษาโคนมไทยอธิบายว่า THI เป็นตัวชี้วัดความเครียดที่เกิดจากอุณหภูมิอากาศสูงและความชื้นสูง ใช้บอกว่าสัตว์อยู่ในช่วงสบายหรือช่วงเครียด (Sae-tiao และคณะ พ.ศ. 2562, LRRD 31(12))

สูตรคำนวณ
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชิ้นนี้พิมพ์สูตรที่ใช้ไว้ในบทความ ซึ่งมาจากเอกสารเรื่องความเครียดจากอากาศร้อนในปศุสัตว์ของ NOAA (หน่วยงานด้านมหาสมุทรและบรรยากาศของสหรัฐฯ) ปี พ.ศ. 2519 (Sae-tiao และคณะ พ.ศ. 2562)
THI = (1.8 × T + 32) − (0.55 − 0.0055 × RH) × (1.8 × T − 26)
T คืออุณหภูมิอากาศเฉลี่ย (เทอร์โมมิเตอร์กระเปาะแห้ง) หน่วยองศาเซลเซียส และ RH คือความชื้นสัมพัทธ์ หน่วยเปอร์เซ็นต์
ดูเหมือนยาก แต่แต่ละส่วนมีหน้าที่ชัดเจนครับ
- 1.8 × T + 32 คือการแปลงอุณหภูมิเป็นองศาฟาเรนไฮต์ ดัชนีนี้เริ่มจากคำถามว่า "ร้อนแค่ไหน"
- (0.55 − 0.0055 × RH) คือส่วนลดจากความชื้น ถ้าอากาศแห้ง ตัวเลขนี้จะมาก จึงหักออกได้มาก ถ้าความชื้นสูงขึ้น ส่วนลดก็จะเล็กลง เมื่อความชื้นถึง 100% ส่วนลดจะเป็นศูนย์ และ THI จะเท่ากับอุณหภูมิในหน่วยฟาเรนไฮต์พอดี
- (1.8 × T − 26) ทำให้ส่วนลดนั้นมากหรือน้อยตามความร้อน ความชื้นจึงมีผลมากในวันร้อน และมีผลน้อยในวันเย็น
สรุปง่าย ๆ คือ THI เท่ากับ "อุณหภูมิ ลบส่วนลดเล็กน้อยถ้าอากาศแห้ง" ถ้าอากาศชื้น ส่วนลดนั้นก็หายไปครับ
ตัวอย่างการคำนวณ: บ่ายวันร้อน
สมมติบ่ายวันหนึ่งอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 60% ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ไม่ใช่ค่าที่วัดจากที่ใดที่หนึ่ง
| ขั้นที่ | คำนวณอะไร | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| 1 | 1.8 × 35 + 32 | 95 |
| 2 | 0.0055 × 60 | 0.33 |
| 3 | 0.55 − 0.33 | 0.22 |
| 4 | 1.8 × 35 − 26 | 37 |
| 5 | 0.22 × 37 | 8.14 |
| 6 | 95 − 8.14 | THI ประมาณ 86.9 |
ทีนี้ลองเปลี่ยนแค่อย่างเดียว อุณหภูมิยังเป็น 35 องศาเท่าเดิม แต่อากาศแห้งลงเหลือความชื้น 40% ขั้นที่ 3 จะได้ 0.55 − 0.22 = 0.33 ขั้นที่ 5 จะได้ 0.33 × 37 = 12.21 และ THI ลดลงเหลือราว 82.8 เทอร์โมมิเตอร์อ่านได้เท่ากัน แต่บ่ายที่ชื้นกว่าได้คะแนนสูงกว่าราวสี่หน่วยครับ
ส่วนเช้าที่เย็นแต่ชื้น อุณหภูมิ 26 องศา ความชื้น 85% จะได้ 78.8 − (0.0825 × 20.8) ประมาณ 77.1 แปลว่าในอากาศชื้น ตอนเช้าไม่ได้ "ปลอดภัย" เสมอไป แค่หนักน้อยกว่าตอนบ่ายครับ
THI = (1.8T+32) - (0.55-0.0055RH)(1.8T-26) * * * * ** TIME 04:00 [·] [·] [·] [▒] MILD + MODERATE [·] [█] ········· [·]•───────────•────────────┐ ···· ···· [·] [█] ├>+ ··· ··· [·] [█]•───────•───────┘ ·· ·· [░] [█] ·· \\\ ··+ [█] [█] · \\\\ · TEMP RH OK · \\o · 22.2C 89% 68 90 THI 71.2 __________________________ OK
ข้อควรระวัง งานวิจัยแต่ละชิ้นใช้สูตร THI ต่างกัน งานวิจัยโคนมในไทยปี พ.ศ. 2567 ซึ่งนำโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้สูตร THI = 0.8T + (RH/100) × (T − 14.4) + 46.4 (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567, Animals) ที่ 35 องศา ความชื้น 60% สูตรนี้ได้ราว 86.8 ใกล้กับสูตร NOAA ข้างบน แต่เวลาเทียบค่า THI กับเกณฑ์ ต้องใช้เกณฑ์จากงานวิจัย ชิ้นเดียวกับสูตร เสมอครับ
เส้นแบ่งความเครียดอยู่ตรงไหน
งานวิจัยโคนมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใช้เกณฑ์นี้ (Sae-tiao และคณะ พ.ศ. 2562)
| ค่า THI | ระดับ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 72 | ช่วงสบาย |
| 72 ถึง 77 | เครียดเล็กน้อย |
| 78 ถึง 88 | เครียดปานกลาง |
ในตารางของบทความเอง ช่วงเครียดปานกลางเขียนต่างไปเล็กน้อย (ตั้งแต่ 77 ถึงต่ำกว่า 88) จึงควรถือว่าตัวเลขที่ขอบเป็นค่าประมาณครับ บทความยังอ้างงานก่อนหน้าว่าโคนมมักเริ่มเครียดจากความร้อนเมื่อ THI เกิน 72
เกณฑ์ชุดนี้ตั้งไว้สำหรับโคนม งานอื่นอาจขีดเส้นไว้ต่างกัน งานปี พ.ศ. 2567 ข้างบนซึ่งใช้สูตรของตัวเอง ถือว่า 72 ถึง 79 คือเครียดเล็กน้อย 80 ถึง 89 คือเครียดปานกลาง และสูงกว่า 90 คือเครียดรุนแรง (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567) ส่วนงานวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งสมมติฐานว่าผลผลิตมีแนวโน้มเสียหายเมื่อ THI ตั้งแต่ 84 ขึ้นไป (Somparn และคณะ พ.ศ. 2547, International Journal of Biometeorology)
อากาศเมืองไทยข้ามเส้นเหล่านี้บ่อยแค่ไหน
ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คำนวณ THI จากข้อมูลรายวัน 85,824 รายการ ของสถานีกรมอุตุนิยมวิทยา 17 สถานีใน 5 ภาค ระหว่าง พ.ศ. 2545 ถึง 2558 (Sae-tiao และคณะ พ.ศ. 2562) เมื่อใช้เกณฑ์ข้างบน พบว่า
- ตลอดช่วงที่ศึกษา 67.4% ของวันอยู่ในช่วงเครียดปานกลาง 24.3% เครียดเล็กน้อย และมีเพียง 8.3% ที่อยู่ในช่วงสบาย
- แยกตามภาค สัดส่วนวันที่เครียดปานกลางอยู่ระหว่าง 52.2% ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง 81.2% ในภาคตะวันออก
- แยกตามเดือน วันที่เครียดปานกลางมีตั้งแต่ 12.7% ในเดือนมกราคม ถึง 95.2% ในเดือนมิถุนายน และช่วงสบายเป็น 0% ในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม
- งานนี้แบ่งฤดูเป็นฤดูหนาว (พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์) ฤดูร้อน (มีนาคมถึงมิถุนายน) และฤดูฝน (กรกฎาคมถึงตุลาคม) ฤดูร้อนมีวันเครียดปานกลาง 87.1% ฤดูฝน 85.7% มีเพียงฤดูหนาวที่มีวันสบายอยู่พอสมควร (23.7%)
ผลการศึกษายังแสดงว่าค่าเฉลี่ย THI ของทุกภาคสูงกว่า 72
งานที่เก่ากว่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูที่วันร้อนจัดแทน โดยใช้ข้อมูลทุกสามชั่วโมงจาก 15 สถานี ระหว่าง พ.ศ. 2533 ถึง 2542 รายงานว่าทั้งพื้นที่ศึกษามีจำนวนวันรวมเฉลี่ยที่ THI ตั้งแต่ 84 ขึ้นไป 56 วัน (บทคัดย่อไม่ได้ระบุว่านับรวมในช่วงเวลาใด) และพบว่าความเสี่ยงไล่ระดับชัดเจนจากเหนือลงใต้ และสูงที่สุดในตอนใต้ของภาค (Somparn และคณะ พ.ศ. 2547)
หน้าร้อนของวัวยาวแค่ไหน
งานในวารสาร Animals ปี พ.ศ. 2567 สรุปงานวิจัยไทยก่อนหน้าไว้ว่า โดยเฉลี่ยค่า THI สูงอยู่แปดเดือนต่อปี คือมีนาคมถึงตุลาคม วันละราว 9 ชั่วโมง ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม โดยอ้างงานวิเคราะห์ THI ของจังหวัดนครปฐม ช่วง พ.ศ. 2551 และ 2552 (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567) ข้อมูลนี้มาจากจังหวัดเดียว จึงควรใช้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎของทั้งประเทศ แต่ก็สอดคล้องกับข้อมูลสถานีข้างบน คือเดือนที่อากาศเย็นสบายเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่เรื่องปกติครับ
ความร้อนส่งผลต่ออัตราการตั้งท้องของโคเนื้อไทยอย่างไร
งานวิจัยโคเนื้อไทยที่ชัดเจนที่สุดที่ผมพบ คืองานของ Kajaysri และ Wattananorasate ในวารสารสัตวแพทย์ไทย (Thai Journal of Veterinary Medicine) ปี พ.ศ. 2561 (Kajaysri & Wattananorasate พ.ศ. 2561) รายละเอียดการทดลองคือ
- สัตว์: โคสาวพันธุ์บราห์มัน 81 ตัว และแม่โคเนื้อหลังคลอด 95 ตัว ในฟาร์มเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ศึกษาตั้งแต่พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ถึงตุลาคม พ.ศ. 2558
- โปรแกรม: Ovsynch ร่วมกับฮอร์โมนสอดช่องคลอด (CIDR) 7 วัน ผสมเทียมแบบกำหนดเวลา (timed AI) ในวันที่ 10 และตรวจท้องราว 60 วันหลังผสม
- อากาศ: ค่าเฉลี่ยแต่ละฤดูจากข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นรายวันที่กรมอุตุนิยมวิทยาบันทึกในจังหวัดชลบุรี ฤดูหนาว (27.9 องศา ความชื้น 65.75%) จัดเป็นเครียดเล็กน้อย THI ราว 77 ส่วนฤดูร้อน (30.55 องศา ความชื้น 71%) และฤดูฝน (29.78 องศา ความชื้น 73.25%) จัดเป็นเครียดปานกลาง THI ราว 82 และ 81
บทความนี้ไม่ได้พิมพ์สูตร THI ที่ใช้ไว้ ผมจึงลองนำค่าเฉลี่ยแต่ละฤดูของเขามาใส่สูตร NOAA ข้างบนเพื่อตรวจสอบ ได้ประมาณ 77.7, 82.4 และ 81.5 ใกล้เคียงกับค่าที่ผู้วิจัยรายงานครับ
| กลุ่ม | เครียดเล็กน้อย (ฤดูหนาว) | เครียดปานกลาง (ฤดูร้อนและฤดูฝน) |
|---|---|---|
| โคสาวและแม่โครวมกัน | 67.74% (42 จาก 62 ตัว) | 49.12% (56 จาก 114 ตัว) |
| โคสาว | 72.41% (21 จาก 29 ตัว) | 53.85% (28 จาก 52 ตัว) |
| แม่โค | 63.64% (21 จาก 33 ตัว) | 45.16% (28 จาก 62 ตัว) |
เมื่อรวมโคสาวและแม่โค ความแตกต่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ถ้าแยกดูโคสาวหรือแม่โคอย่างเดียว ก็เห็นทิศทางเดียวกัน แต่เป็นเพียงแนวโน้ม (P = 0.10 และ P = 0.09) และโคสาวกับแม่โคไม่ได้ต่างกันในฤดูใดเลย
ผู้วิจัยอธิบายสาเหตุโดยอ้างงานวิจัยก่อนหน้า ว่าฮอร์โมนความเครียดอาจไปกดสัญญาณที่ทำให้ไข่ตก อสุจิอาจมีชีวิตอยู่ได้น้อยลงในตัวแม่โคที่ร้อนเกินไป และความร้อนอาจทำอันตรายต่อตัวอ่อนระยะแรก คำแนะนำของผู้วิจัยคือ ถ้าจะใช้โปรแกรมเหนี่ยวนำการเป็นสัดและผสมเทียมแบบกำหนดเวลานี้ ให้ทำในฤดูหนาวที่อากาศเย็น จะได้อัตราการตั้งท้องดีที่สุด
มีสองเรื่องที่ผมว่าน่าสังเกต เรื่องแรก โคสาวในงานนี้เป็น บราห์มัน ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องทนร้อน แต่อัตราการตั้งท้องก็ยังลดลง แม้ว่าเมื่อดูเฉพาะโคสาว ความแตกต่างจะเป็นเพียงแนวโน้ม เรื่องที่สอง เดือนที่จัดเป็น "เครียดปานกลาง" กินเวลาเกือบทั้งปีครับ
งานโคนมทางภาคตะวันตกของไทยก็ชี้ไปทางเดียวกัน แม่โคที่เครียดปานกลางผสมครั้งแรกติด 15% (3 จาก 20 ตัว) เทียบกับ 42.11% (8 จาก 19 ตัว) ในกลุ่มที่เครียดเล็กน้อย แต่เป็นแนวโน้ม ยังไม่มีนัยสำคัญ (p = 0.06) และเป็นโคนมลูกผสมโฮลสไตน์ ไม่ใช่โคเนื้อ (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567)
อาการเครียดจากความร้อนที่ควรสังเกต
จากแหล่งข้อมูลในบทความนี้
- พฤติกรรม: ยืนเบียดรวมกัน หาที่ร่ม หอบ น้ำลายไหลมาก มีฟองที่ปาก อ้าปากหายใจ เดินเซ และตัวสั่น คู่มือของเนแบรสกาบอกว่าถ้าเห็นอาการเหล่านี้ ให้ถือว่าสัตว์กำลังสะสมความร้อนอยู่ (UNL G2121)
- ร่างกาย: แม่โคที่เครียดปานกลางมีอุณหภูมิทางทวารหนักสูงกว่า (38.87 เทียบกับ 38.47 องศาเซลเซียส) และหายใจเร็วกว่า (51.17 เทียบกับ 41.04 ครั้งต่อนาที) เมื่อเทียบกับแม่โคที่เครียดเล็กน้อย (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567)
- การผสมพันธุ์: ความเครียดจากความร้อนทำให้การเป็นสัดสั้นลงและแสดงอาการน้อยลง การจับสัดจึงคลาดเคลื่อนง่าย (Kajaysri & Wattananorasate พ.ศ. 2561) ในงานโคนม พบ "การเป็นสัดเงียบ" (แม่โคไม่แสดงอาการเป็นสัด ทั้งที่ผลตรวจฮอร์โมนหรือคอร์ปัสลูเทียมใหม่แสดงว่ามีรอบการเป็นสัดแล้ว) 40.91% ในกลุ่มเครียดปานกลาง (9 จาก 22 ตัว) เทียบกับ 13.64% ในกลุ่มเครียดเล็กน้อย (3 จาก 22 ตัว) (Thammahakin และคณะ พ.ศ. 2567)
เราทำอะไรได้บ้าง
คำแนะนำเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ตอนนี้มีตัวเลขรองรับแล้ว แนวทางทั่วไปจากแหล่งข้อมูลมีดังนี้ครับ
- ร่มเงา จากต้นไม้ โรงเรือน หรือหลังคาบังแดด คู่มือของเนแบรสกาแนะนำให้หลังคาบังแดดสูงจากพื้นอย่างน้อย 10 ฟุต (ประมาณ 3 เมตร) เพื่อให้ลมผ่านได้ (UNL G2121) งานวิจัยไทยก็แนะนำร่มเงาและพัดลม (Kajaysri & Wattananorasate พ.ศ. 2561; Sae-tiao และคณะ พ.ศ. 2562)
- น้ำสะอาดและเย็นให้พอ ที่ 90 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 32 องศาเซลเซียส) วัวอาจกินน้ำเกือบสองเท่าของที่ 70 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 21 องศาเซลเซียส) ถ้าที่กินน้ำแออัด ให้เพิ่มรางน้ำ (UNL G2121)
- จัดการวัวตอนเช้า อุณหภูมิร่างกายวัวมักสูงสุดช่วงหัวค่ำ และต่ำสุดช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น การต้อนและจับบังคับวัวทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นได้ ½ ถึง 3½ องศา (คู่มือไม่ได้ระบุหน่วย) จึงควรเลี่ยงการทำงานกับวัวช่วงบ่ายแก่และหัวค่ำ ถ้าจำเป็นต้องขนย้าย ให้ขนตอนเย็นหรือเช้าตรู่ (UNL G2121) การต้อนวัวเข้าซองเพื่อผสมเทียมก็นับเป็นการจับบังคับเหมือนกัน
- วางแผนเหนี่ยวนำการเป็นสัดในเดือนที่อากาศเย็น ถ้าทำได้ ตามที่งานวิจัยจากชลบุรีแนะนำ (Kajaysri & Wattananorasate พ.ศ. 2561)
- ฉีดน้ำให้ถูกวิธี ใช้น้ำเม็ดใหญ่ ละอองฝอยละเอียดอาจแค่เพิ่มความชื้นในอากาศ ซึ่งทำให้ THI สูงขึ้น (UNL G2121)
07:00 SUN LOW -O- &&'*'&*&&&&&*&&*& *&*****&*&'&&****'&*&&' **&'&&&&&*&&'**'&*&*&''*& '&*&'*'&'*&*'*&*&'*&&** &&&*&'''*&**'*''' || _^______ _^______ \/ || \/ \ ~/ \(oo)| '( ) ' ( ) || |~~~----| \________/\/ \________/ || \_______/ || || (oo) || || ░/||\░░░░░░░░░░░░░░░░░░ _________________________________________▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒▒

ทำไมโคพื้นเมืองและโคสายบราห์มันจึงทนร้อนกว่า
บทความทบทวนเรื่องการผลิตโคเนื้อในไทยบอกว่าโคพื้นเมืองไทยมีลักษณะของโคเขตร้อน (Bos indicus หรือโคซีบู) มีหนอกชัดเจน ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศเขตร้อนได้ดี ทนร้อน และทนต่อปรสิตภายนอก บทความเดียวกันบอกว่าโคพันธุ์กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นลูกผสมซิมเมนทัลเยอรมัน 50% กับบราห์มัน 50% ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทนร้อน ผสมติดง่าย และโตดีขึ้น และยังกล่าวถึงความทนร้อนของโคแบรงกัสด้วย (Bunmee และคณะ พ.ศ. 2561, Asian-Australasian Journal of Animal Sciences)
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น บทความทบทวนของ Hansen ในวารสาร Animal Reproduction Science (พ.ศ. 2547) อธิบายว่าโคซีบูคุมอุณหภูมิร่างกายได้ดีกว่าเมื่อเจอความร้อน เพราะมี อัตราการเผาผลาญต่ำกว่า (ร่างกายผลิตความร้อนน้อยกว่า) และ ระบายความร้อนได้มากกว่า เมื่อเทียบกับโคพันธุ์ยุโรป เนื้อเยื่อของโคซีบูส่งความร้อนจากแกนกลางร่างกายออกสู่ผิวหนังได้ง่ายกว่า ต่อมเหงื่อใหญ่กว่า และขนช่วยระบายความร้อนพร้อมกับดูดซับแสงแดดน้อยกว่า แม้แต่ตัวอ่อนระยะแรกก็มีโอกาสหยุดเจริญเมื่ออุณหภูมิสูงน้อยกว่าตัวอ่อนของโคพันธุ์ยุโรป (Hansen พ.ศ. 2547 บทคัดย่อใน FAO AGRIS)
นั่นคือข้อได้เปรียบ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็นอะไรเลย ในงานวิจัยจากชลบุรีข้างบน อัตราการตั้งท้องของโคสาวบราห์มันลดลงจาก 72.41% ในช่วงเครียดเล็กน้อย เหลือ 53.85% ในช่วงเครียดปานกลาง แม้จะเป็นเพียงแนวโน้ม ยังไม่มีนัยสำคัญ (P = 0.10) แต่ก็ไปทางเดียวกับผลของทั้งฝูงครับ

นิสัยง่าย ๆ ที่เริ่มได้เลย
ถ้าอยากลองใช้ THI ในฟาร์ม ไม่จำเป็นต้องมีสถานีตรวจอากาศ แค่จดอุณหภูมิและความชื้นในเวลาเดิมทุกวัน เช่น ตอนเช้าตรู่และตอนบ่าย คำนวณ THI ด้วยสูตรข้างบน แล้วจดไว้ข้าง ๆ บันทึกการผสมพันธุ์ ผ่านไปหนึ่งฤดู ก็จะเอาวันผสมเทียมมาเทียบกับค่า THI ได้ และเห็นว่าฝูงของเราเป็นไปตามงานวิจัยหรือไม่ ผมเดาว่าน่าจะเป็นแบบเดียวกัน แต่สมุดบันทึกจะเป็นตัวบอกที่แน่นอนที่สุดครับ
แหล่งอ้างอิง
- Sae-tiao T., Laodim T., Koonawootrittriron S., Suwanasopee T., Elzo M.A. (2019). Tropical climate change and its effect on milk production of dairy cattle in Thailand. Livestock Research for Rural Development 31(12).
- Kajaysri J., Wattananorasate A. (2018). Influence of heat stress on pregnancy rate of beef cattle heifers and cows using Ovsynch plus CIDR followed by timed artificial insemination in Thailand. Thai Journal of Veterinary Medicine 48(1): 71–77.
- Somparn P., Gibb M.J., Markvichitr K., Chaiyabutr N., Thummabood S., Vajrabukka C. (2004). Analysis of climatic risk for cattle and buffalo production in northeast Thailand. International Journal of Biometeorology 49(1): 59–64. doi:10.1007/s00484-004-0206-6
- Thammahakin P., Yawongsa A., Rukkwamsuk T. (2024). Effect of Heat Stress on Subsequent Estrous Cycles Induced by PGF2α in Cross-Bred Holstein Dairy Cows. Animals 14(13): 2009. (หน้าของสำนักพิมพ์)
- Bunmee T., Chaiwang N., Kaewkot C., Jaturasitha S. (2018). Current situation and future prospects for beef production in Thailand: A review. Asian-Australasian Journal of Animal Sciences 31(7): 968–975.
- Hansen P.J. (2004). Physiological and cellular adaptations of zebu cattle to thermal stress. Animal Reproduction Science 82: 349–360 (ข้อมูลบทความและบทคัดย่อใน FAO AGRIS)
- Chichester L.M., Mader T.L. Heat Stress: What You Should Know to Make Livestock Shows a Success, University of Nebraska–Lincoln Extension, G2121 (2012)
- ภาพ: Most, but not all, cattle in a field in Ellis County, Texas, grab some shade on a sunny afternoon, Carol M. Highsmith, สาธารณสมบัติ (หอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ), Wikimedia Commons
- ภาพ: Drought Mitigation - Solar Powered Cattle Watering, USDA NRCS, สาธารณสมบัติ, Wikimedia Commons
- ภาพ: Oxen in rice farm Thailand, Love Krittaya, สาธารณสมบัติ, Wikimedia Commons
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง9 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders
ปศุสัตว์ไทย
โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาที
- FMD
- foot-and-mouth disease
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
วิธีปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตัดกี่วัน หมักอย่างไร
ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ตามคู่มือกรมปศุสัตว์ ตั้งแต่เตรียมดิน ปักท่อนพันธุ์ ตัดทุก 60 วัน จนถึงทำหญ้าหมัก และทำไมอายุตัดจึงเปลี่ยนคุณค่าอาหารของโคและกระบือ
เริ่มต้น10 นาที
- napier grass
- pakchong 1
- forage
- silage
- beef cattle
- buffalo
- feed