ย้ายวัวควายข้ามจังหวัด ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง
นำโคหรือกระบือไปจังหวัดอื่นต้องได้ใบอนุญาตจากสัตวแพทย์ต้นทางทุกครั้ง สรุปตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ระบบ e-Movement เอกสารอายุ 48 ชั่วโมง และบทลงโทษ
เริ่มต้น10 นาทีในการอ่าน
__ \ / __
/ \_|_/ \
' ( '
) CHECKPOINT
( ============
) │ ┌────┐ │ |>~
____________ o========= │ │ │ │ |
| ^^ ^^ ^^ |__ ║ │ └────┘ │ o |
|(oo)(oo)(oo)|[]\_ ║ │ │ /|\|
|____________|____| ║ └────────┘ / \
___(+)_______(+)(+)_____________________________________________
--- --- --- --- --- --- --- --- --- --- ---
ในบทความนี้
- ถาม: กฎหมายอะไรดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์
- ถาม: แค่ขายวัวไปต่างจังหวัด ต้องขอใบอนุญาตจริงหรือ
- ถาม: ใครเป็นคนดูแลการเคลื่อนย้าย
- ถาม: e-Movement คืออะไร
- ถาม: เอกสารเคลื่อนย้ายใช้ได้นานแค่ไหน
- ถาม: "เขตโรคระบาด" คืออะไร และทำให้อะไรเปลี่ยนไป
- ถาม: ถ้ามีตัวที่ป่วยอยู่ล่ะ
- ถาม: ถ้าเคลื่อนย้ายโดยไม่มีใบอนุญาต จะเป็นอย่างไร
- ถาม: ทำไมรัฐถึงเข้มงวดเรื่องนี้นัก
- ถาม: ก่อนรถมารับ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
- ถาม: แล้วเครื่องมือติดตามแบบใหม่ ๆ ล่ะ
- สรุปสั้น ๆ
มีคนซื้อจากอีกสองจังหวัดถัดไปอยากได้โคสาวของเราสามตัว หรือเราไปเจอพ่อพันธุ์ดี ๆ ที่ฟาร์มข้ามจังหวัดและอยากพากลับบ้าน ตกลงราคากันเรียบร้อย จองรถไว้แล้ว แล้วเพื่อนบ้านก็ถามขึ้นมาว่า "ขอใบอนุญาตหรือยัง"
บทความนี้ตอบคำถามที่เกษตรกรถามกันจริง ๆ เรื่องการเคลื่อนย้ายโคและกระบือในประเทศไทย ทีละข้อ ด้วยภาษาง่าย ๆ ทุกคำตอบมีลิงก์ไปยังตัวกฎหมายหรือเอกสารของราชการที่เป็นที่มา ให้ตรวจสอบเองได้ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และกฎในพื้นที่อาจเปลี่ยนเมื่อมีการประกาศเขตโรคระบาด คำตอบสุดท้ายจึงอยู่ที่ปศุสัตว์อำเภอเสมอครับ

ถาม: กฎหมายอะไรดูแลเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์
กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งยกเลิกพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และฉบับแก้ไขปี พ.ศ. 2542 (มาตรา 1 ถึง 3 ฉบับแปลภาษาอังกฤษ เว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) บันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่ากฎหมายนี้ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 (บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1004/2559)
เนื้อหาของกฎหมายแบ่งเป็นหมวด ได้แก่ การป้องกันและควบคุมโรคระบาด การขอและออกใบอนุญาต การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาต อำนาจหน้าที่ของสัตวแพทย์และสารวัตร การขายทอดตลาดและเงินรางวัล การอุทธรณ์ และบทกำหนดโทษ (ชื่อหมวดในฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
มีสองเรื่องในกฎหมายนี้ที่คนเลี้ยงโคกระบือทุกคนควรรู้
- คำว่า "สัตว์" ในกฎหมายนี้รวมถึง โคและกระบือ และรวมถึงน้ำเชื้อและเอ็มบริโอของสัตว์เหล่านี้ด้วย (มาตรา 4)
- "โรคระบาด" ตามกฎหมายรวมโรคที่คนเลี้ยงวัวรู้จักดี เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย โรคแอนแทรกซ์ โรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย (โรคคอบวม) วัณโรค และโรคแท้งติดต่อ (brucellosis) และรัฐมนตรีประกาศเพิ่มโรคอื่นได้ (มาตรา 4)
ถาม: แค่ขายวัวไปต่างจังหวัด ต้องขอใบอนุญาตจริงหรือ
จริงครับ มาตรา 34 กำหนดว่า ผู้ใดนำโคหรือกระบือ (รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นที่ระบุไว้) ไปยังท้องที่จังหวัดอื่น ต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ และ ต้องได้รับใบอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางทุกครั้ง (มาตรา 34) ข้อนี้ใช้กับน้ำเชื้อ เอ็มบริโอ และซากสัตว์ของสัตว์เหล่านี้ด้วย
มีสามคำในมาตรานี้ที่ควรอ่านช้า ๆ
- "ทุกครั้ง" ใบอนุญาตหนึ่งใบใช้กับการเคลื่อนย้ายหนึ่งครั้ง ไม่ใช่บัตรผ่านรายปี
- "ท้องที่ต้นทาง" ยื่นขอที่ที่สัตว์ออกเดินทาง ไม่ใช่ที่ปลายทาง
- "เครื่องหมายประจำตัวสัตว์" สัตว์ต้องมีเครื่องหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่แยกแยะได้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอธิบายว่า เครื่องหมายนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัตว์ที่เคลื่อนย้ายได้ ไม่ให้ปะปนกับสัตว์อื่น และรู้สถานะของสัตว์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรค (เรื่องเสร็จที่ 1004/2559)
สัตวแพทย์ยังอาจ กำหนดเงื่อนไขเรื่องยานพาหนะและเส้นทาง ไว้ในใบอนุญาตด้วย (มาตรา 34 วรรคสาม) จึงควรอ่านใบอนุญาตให้ดี เพราะอาจระบุว่าต้องใช้ถนนเส้นไหนครับ
ถาม: ใครเป็นคนดูแลการเคลื่อนย้าย
กรมปศุสัตว์ โดย กองสารวัตรและกักกัน เอกสารนำเสนอของกรมปศุสัตว์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์องค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ระบุว่า หน้าที่ของกองนี้คือ ควบคุมการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ ควบคุมการนำเข้าและส่งออกสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และบังคับใช้กฎหมาย (กรณีศึกษาการเคลื่อนย้ายสัตว์ของไทย, WOAH, 2567)
เอกสารเดียวกันระบุว่ามี ด่านกักกันสัตว์ 59 แห่ง (ภายในประเทศ 27 แห่ง ชายแดน 22 แห่ง ท่าอากาศยานและท่าเรือ 10 แห่ง) และ จุดตรวจถาวรภายในประเทศ 47 จุด (WOAH, 2567) นี่คือเหตุผลที่รถขนวัวอาจถูกเรียกตรวจเอกสารได้ แม้จะอยู่ห่างจากชายแดนมาก
กฎหมายยังกำหนดว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 34 ต้องนำสัตว์ ผ่านด่านกักกันสัตว์ ตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ประกาศกำหนด (มาตรา 35)
__ \ / __
/ \_|_/ \
' ( '
) CHECKPOINT
( ============
) │ ┌────┐ │ |>~
____________ o========= │ │ │ │ |
| ^^ ^^ ^^ |__ ║ │ └────┘ │ o |
|(oo)(oo)(oo)|[]\_ ║ │ │ /|\|
|____________|____| ║ └────────┘ / \
___(+)_______(+)(+)_____________________________________________
--- --- --- --- --- --- --- --- --- --- ---
ถาม: e-Movement คืออะไร
e-Movement คือ ระบบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมปศุสัตว์ ที่ newemove.dld.go.th เอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุว่าระบบนี้ช่วยได้หลายเรื่อง (WOAH, 2567)
- เป็น ระบบแจ้งเตือน แสดงประกาศเขตโรคระบาด และรับคำขออนุญาตเข้าพื้นที่
- แสดงวันและเวลาหมดอายุ ของเอกสารเคลื่อนย้ายแต่ละฉบับ
- เลือกประเภทเอกสารเคลื่อนย้ายให้อัตโนมัติ ตามชนิดสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ ประกาศโรคระบาด และต้นทางกับปลายทาง
เอกสารนี้ยังแสดงขั้นตอนการเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิตด้วย คือ เกษตรกรกรอก แบบ ร.1/2 จากนั้นปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ หรือด่านกักกันสัตว์ เป็นผู้ดำเนินการ แล้วออกเอกสารเคลื่อนย้าย ซึ่งประเภทเอกสารขึ้นกับเขตพื้นที่ ในแผนภาพการเคลื่อนย้ายสัตว์มีชีวิต เอกสาร ร.4 ดำเนินการโดยหน่วยงานที่ต้นทาง ส่วน ร.3 หรือ ร.5 ต้องผ่านปศุสัตว์หรือด่านกักกันสัตว์ที่ปลายทางด้วย (WOAH, 2567)
| เอกสาร | ใช้เมื่อพื้นที่เป็น… |
|---|---|
| ร.4 | พื้นที่ที่ไม่มีการประกาศเขตใด ๆ |
| ร.3 | เขตโรคระบาด เขตโรคระบาดชั่วคราว หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด |
| ร.5 | เขตควบคุมโรคระบาด เขตปลอดโรคระบาด หรือเขตกันชนโรคระบาด |
การเคลื่อนย้ายทั่วไประหว่างพื้นที่ที่ไม่มีประกาศเขต ส่วนใหญ่จะเป็นเอกสาร ร.4
ถาม: เอกสารเคลื่อนย้ายใช้ได้นานแค่ไหน
เอกสารของกรมปศุสัตว์ระบุว่า เอกสารเคลื่อนย้ายภายในประเทศมีอายุ 48 ชั่วโมงหลังออกเอกสาร และระบบ e-Movement แสดงเวลาหมดอายุไว้ (WOAH, 2567)
ในทางปฏิบัติ เรื่องจังหวะเวลาจึงสำคัญ อย่าขอเอกสารไว้หลายวันก่อนผู้ซื้อพร้อม ให้ตกลงวันรับสัตว์กันก่อน แล้วค่อยยื่นขอ เพื่อให้รถออกเดินทางได้ภายในเวลาที่เอกสารยังใช้ได้ครับ
┌────────────────────────────────────────────┐ │ MOVEMENT PERMIT │ │ │ │ ···0··· ANIMALS CATTLE │ │ ··· │ ··· FROM FARM A │ │ ·· │ ·· TO FARM B │ │ · │ · │ │ 36· o ·12 VALID 48 h │ │ · · LEFT 48 h │ │ ·· ·· │ │ ··· ··· .----. │ │ ··24··· | VET| │ │ '----' │ └────────────────────────────────────────────┘
ถาม: "เขตโรคระบาด" คืออะไร และทำให้อะไรเปลี่ยนไป
เมื่อมีโรคระบาด หรือเพื่อปกป้องพื้นที่ปลอดโรค ทางราชการประกาศเขตได้ กฎหมายให้อำนาจแต่ละระดับดังนี้
- สัตวแพทย์ ประกาศ เขตโรคระบาดชั่วคราว ได้ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร จากที่ที่พบโรค ใช้บังคับได้ 30 วัน นับแต่วันประกาศ และต้องปิดประกาศไว้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเทศบาล ที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และที่ชุมนุมชนในท้องที่นั้น (มาตรา 20)
- ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศ เขตโรคระบาด หรือ เขตเฝ้าระวังโรคระบาด ได้ ทั้งจังหวัดหรือบางส่วน เมื่อมีหรือสงสัยว่ามีโรคระบาด (มาตรา 21)
- รัฐมนตรี ประกาศ เขตควบคุมโรคระบาด เขตปลอดโรคระบาด และเขตกันชนโรคระบาด ได้ (มาตรา 17)
เมื่อประกาศเขตแล้ว การเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ระบุในประกาศ ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือทุกครั้ง ดังนี้
- เข้าในหรือผ่านเขตที่รัฐมนตรีประกาศ (เขตควบคุมโรคระบาด เขตปลอดโรคระบาด เขตกันชนโรคระบาด) ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือสัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (มาตรา 18)
- เข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ต้องได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น (มาตรา 22)
ได้หนังสืออนุญาตในเขตโรคระบาดแล้ว ไม่ต้องขอใบอนุญาตปกติได้ไหม ไม่ได้ครับ ในปี พ.ศ. 2559 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า แม้จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือตามมาตรา 18 หรือ 22 แล้ว หากนำสัตว์ ไปยังท้องที่จังหวัดอื่น ก็ยังต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 34 จากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางด้วย (เรื่องเสร็จที่ 1004/2559)
นิสัยง่าย ๆ ที่ช่วยได้มาก คือ ก่อนขายทุกครั้ง ให้ดูป้ายประกาศที่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหรือ อบต. และถามปศุสัตว์อำเภอว่ามีเขตโรคระบาดบนเส้นทางหรือไม่ครับ
ถาม: ถ้ามีตัวที่ป่วยอยู่ล่ะ
ตัวที่ป่วยไม่ควรขึ้นรถ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของสัตว์ แจ้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตวแพทย์ ภายใน 12 ชั่วโมง นับแต่รู้ว่าสัตว์ป่วยหรือตายด้วยโรคระบาดหรือไม่ทราบสาเหตุ หรือเมื่อมีสัตว์ในหมู่บ้านเดียวกันหรือใกล้เคียงป่วยหรือตายด้วยอาการเดียวกันภายในเจ็ดวัน เจ้าของต้อง กักสัตว์ป่วยไว้ในที่ที่สัตว์อยู่ และห้ามใครเคลื่อนย้าย เว้นแต่ได้ดำเนินการตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หรือสัตวแพทย์ตรวจแล้วว่าไม่ใช่โรคระบาด หรือสัตวแพทย์สั่งเป็นอย่างอื่น (มาตรา 11)
การรีบขายสัตว์ป่วย "ก่อนอาการจะหนัก" คือวิธีที่โรคเดินทางจากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่งนั่นเองครับ

ถาม: ถ้าเคลื่อนย้ายโดยไม่มีใบอนุญาต จะเป็นอย่างไร
บทลงโทษเขียนไว้ในกฎหมาย ตามตัวบทที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ มีดังนี้
| ทำผิดเรื่องอะไร | โทษสูงสุดตามกฎหมาย |
|---|---|
| นำสัตว์ไปจังหวัดอื่นโดยไม่ทำเครื่องหมายและไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 34 | จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 71) |
| ไม่ทำตามเงื่อนไขในใบอนุญาต (ยานพาหนะ เส้นทาง ฯลฯ) | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 71) |
| ไม่นำสัตว์ผ่านด่านกักกันสัตว์ตามที่กำหนด | จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 72) |
| เคลื่อนย้ายสัตว์ที่ระบุในประกาศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ (เข้าในหรือผ่านเขตตามมาตรา 17 หรือเข้า ออก ผ่าน หรือภายในเขตตามมาตรา 20 หรือ 21) | จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 65) |
ยังมีอีกเรื่องที่หลายคนลืม เมื่อศาลลงโทษตามมาตรา 65, 71 หรือ 72 (และมาตราอื่นบางมาตรา) ศาลมีอำนาจสั่ง ริบสัตว์ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ ที่ใช้กระทำผิดได้ เว้นแต่เป็นทรัพย์ของผู้อื่นที่ไม่ได้รู้เห็นด้วย (มาตรา 78) ส่วนความผิดที่มีโทษปรับอย่างเดียวหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีแต่งตั้งเปรียบเทียบปรับได้ (มาตรา 77)
อัตราโทษอาจถูกแก้ไขโดยกฎหมายฉบับหลัง จึงควรใช้ตารางนี้เป็นภาพว่ากฎหมายถือเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน และสอบถามกฎที่ใช้อยู่ปัจจุบันจากสำนักงานปศุสัตว์ครับ
ถาม: ทำไมรัฐถึงเข้มงวดเรื่องนี้นัก
เพราะสัตว์พาโรคเดินทางไปด้วย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอธิบายวัตถุประสงค์ของกฎหมายนี้ว่า เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่อาจแพร่ได้รวดเร็ว จึงต้องมีมาตรการหลายระดับและหลายขั้นตอน (เรื่องเสร็จที่ 1004/2559)
มองจากฝั่งฟาร์ม ใบอนุญาตไม่ได้เป็นแค่เอกสารของเราคนเดียว แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้อำเภอรู้ได้เร็วว่าสัตว์มาจากไหนเมื่อเกิดโรค และช่วยให้ฝูงของเพื่อนบ้านปลอดภัยจากรถคันที่ไม่ควรออกเดินทางตั้งแต่แรกครับ
ถาม: ก่อนรถมารับ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
รายการตรวจเช็กที่ทำจากกฎข้างต้น
- ตกลงวันรับสัตว์กับผู้ซื้อให้ได้ก่อน เอกสารมีอายุ 48 ชั่วโมงหลังออก จึงควรยื่นขอใกล้วันขนย้าย
- ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์ที่ท้องที่ต้นทาง (ปศุสัตว์อำเภอหรือด่านกักกันสัตว์) และถามว่าต้องใช้แบบฟอร์มและเอกสารอะไรบ้างสำหรับสัตว์ของเรา คำขอเริ่มจากแบบ ร.1/2
- เตรียมข้อมูลผู้ซื้อ ชื่อ และที่อยู่ปลายทาง ระบบใช้ต้นทางและปลายทางในการเลือกประเภทเอกสาร
- ตรวจว่าสัตว์ทุกตัวมีเครื่องหมายประจำตัว ตามที่มาตรา 34 กำหนด
- เตรียมประวัติสุขภาพสัตว์ เช่น ประวัติการทำวัคซีน เผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู
- ตรวจว่ามีเขตโรคระบาด ที่ต้นทาง ปลายทาง หรือบนเส้นทางหรือไม่ ถ้ามี ต้องขอหนังสืออนุญาตสำหรับเขตนั้นด้วย นอกเหนือจากใบอนุญาตปกติ
- ส่งเฉพาะตัวที่แข็งแรง ถ้ามีตัวป่วย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่และเก็บไว้ที่ฟาร์ม
- อ่านเงื่อนไขในใบอนุญาต (ยานพาหนะ เส้นทาง) และทำตาม รวมถึงการผ่านด่านกักกันสัตว์ถ้ากำหนดไว้
- วางแผนให้ตรงเวลาราชการ ถ้าต้องการให้ดำเนินการขอใบอนุญาตนอกสถานที่ทำการ ในวันหยุด หรือนอกเวลาราชการ กฎหมายกำหนดให้ผู้ขอต้องจัดยานพาหนะ และจ่ายค่าตอบแทนกับค่าใช้จ่ายอื่นตามอัตราที่กฎกระทรวงกำหนด (มาตรา 36)
- ให้คนขับรถถือสำเนาใบอนุญาต ไว้ตลอดการเดินทาง

ถาม: แล้วเครื่องมือติดตามแบบใหม่ ๆ ล่ะ
อาจเคยได้ยินเรื่องเครื่องมือดิจิทัลรุ่นใหม่สำหรับติดตามการเคลื่อนย้ายสัตว์ ผมยังหาเอกสารต้นทางจากกรมปศุสัตว์ที่อธิบายรายละเอียดไม่ได้ จึงขอเก็บไว้เขียนในบทความถัดไป ดีกว่าเดาไปเอง สิ่งที่มีเอกสารรองรับตอนนี้คือระบบ e-Movement ที่เล่าไว้ข้างต้นครับ
สรุปสั้น ๆ
- นำโคหรือกระบือ ไปจังหวัดอื่น ต้องได้ ใบอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง ทุกครั้ง และสัตว์ต้อง มีเครื่องหมายประจำตัว
- เขตโรคระบาดต้องมี หนังสืออนุญาต เพิ่มเข้ามา ไม่ได้ใช้แทนใบอนุญาตปกติ
- เอกสารเคลื่อนย้ายภายในประเทศมีอายุ 48 ชั่วโมง หลังออกเอกสาร
- สัตว์ป่วยต้องอยู่ที่ฟาร์ม และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน 12 ชั่วโมง
- ทำผิดอาจโดนปรับ จำคุก และถูกริบทั้งสัตว์และรถ ทำให้ถูกต้องคือการปกป้องทั้งอำเภอ
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ฉบับแปลภาษาอังกฤษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 1004/2559 หารือมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
- Animal Movement Control in Thailand กองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ (กรณีศึกษา, WOAH ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก, 2567)
- ระบบ e-Movement กรมปศุสัตว์
- ภาพ: A hoard of cattle on the road in Thailand โดย Angkun-ane, Wikimedia Commons สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 ย่อขนาดและแปลงเป็น WebP
- ภาพ: A grass field and cattle in countryside of Thailand โดย Earng.oi, Wikimedia Commons สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 ย่อขนาดและแปลงเป็น WebP
- ภาพกระบือในน้ำ: Farmeral Technology
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาที
- FMD
- foot-and-mouth disease
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง9 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders
ปศุสัตว์ไทย
วันอนุรักษ์ควายไทย 14 พฤษภาคม มีที่มาจากธนาคารโค-กระบือ
วันอนุรักษ์ควายไทยตรงกับ 14 พฤษภาคม วันที่มีพระราชกระแสเรื่องโครงการธนาคารโค-กระบือครั้งแรก เล่าว่ากระบือไทยลดลงอย่างไรในยุครถไถ และธนาคารให้ยืมสัตว์แบบไหน
เริ่มต้น9 นาที
- swamp buffalo
- buffalo bank
- Thai Buffalo Conservation Day
- history
- mechanisation
- DLD