ทำไมต้องชั่งน้ำหนักวัว จดตัวเลขไว้คุยราคากับพ่อค้า
ชั่งน้ำหนักโคเนื้อเป็นประจำและจดบันทึกตามแนว มกษ. 6400-2555 ให้มีตัวเลขไว้เทียบกับราคาที่พ่อค้าเสนอ พร้อมวิธีใช้เทปวัดรอบอกเมื่อไม่มีตาชั่ง
เริ่มต้น10 นาทีในการอ่าน
SCALE ┌────────────┐ │ 350 kg │ └────────────┘ ▼ ├─────┼─────┤ ~__~ 0 500 ____________ (oo) │ ~ / \ \/ │ ' /| |\ │ |____________| │ || || │ || || │ | / / / /| // | // /[===============================] / // ________________________________________________________________ weigh on a scale, then write it down
ในบทความนี้
ลองนึกภาพพ่อค้ามายืนหน้าคอก มองโคของเราไม่กี่วินาที เดินดูรอบหนึ่ง แล้วบอกราคา เรารู้สึกว่าโคตัวนี้น่าจะได้มากกว่านั้น แต่ไม่มีอะไรมายืนยันนอกจากความรู้สึก พ่อค้าเห็นโคมาเป็นพันตัว ส่วนเราเห็นแค่โคของเราเอง
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองครับ งานวิจัยที่สำรวจฟาร์มโคเนื้อ 100 ฟาร์มในจังหวัดพะเยาพบว่า พ่อค้าคนกลางประมาณน้ำหนักโคมีชีวิตด้วยการมองดูเท่านั้น และราคาขึ้นอยู่กับความพอใจของพ่อค้า เพราะเกษตรกรมีอำนาจต่อรองน้อย (Thannithi และคณะ, 2568)
บทความนี้จะพาไปดูฟาร์มสมมติฟาร์มหนึ่งตลอดหนึ่งฤดู ฟาร์ม เจ้าของ และเหตุการณ์แต่ละเดือนเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อให้เล่าง่าย แต่ข้อเท็จจริงทุกข้อมีแหล่งอ้างอิงที่เปิดอ่านเองได้ และจะไม่มีการแต่งผลลัพธ์ของฟาร์มขึ้นมา เช่น "โคโตขึ้นกี่กิโล ขายได้กี่บาท" สิ่งที่อยากชวนคือนิสัยการจดบันทึก ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะได้กำไรครับ
ก่อนเริ่มฤดู: จดบันทึกไปทำไม
ฟาร์มของเรามีขนาดแบบที่พบบ่อย ในงานวิจัยที่พะเยา การเลี้ยงโคเนื้อส่วนใหญ่เป็นรายย่อย เฉลี่ยประมาณ 7 ตัวต่อฟาร์ม (Thannithi และคณะ) บทความทบทวนเรื่องการผลิตโคเนื้อไทยเมื่อ พ.ศ. 2561 บอกว่าเกษตรกรที่เลี้ยงแม่โคเพื่อผลิตลูกมักมีแม่โค 2 ถึง 10 ตัว และเขียนไว้ตรง ๆ ว่า ราคาโคขึ้นอยู่กับพันธุ์และน้ำหนักมีชีวิต (Bunmee และคณะ, 2561)
ถ้าน้ำหนักมีชีวิตเป็นตัวกำหนดราคา คนที่รู้น้ำหนักจริงก็ต่อรองได้ดีกว่า งานวิจัยที่พะเยาแสดงความต่างของแต่ละช่องทางไว้ชัดเจน
| ผู้ซื้อ | รู้น้ำหนักได้อย่างไร | แหล่งที่มา |
|---|---|---|
| พ่อค้าคนกลาง (ตลาดดั้งเดิม) | ประมาณด้วยสายตา | Thannithi และคณะ |
| วิสาหกิจชุมชน (ตลาดระดับกลาง) | ชั่งน้ำหนักมีชีวิตด้วยตาชั่ง และหลังเชือดมักคิดเปอร์เซ็นต์ซาก 50% ขึ้นไปของน้ำหนักมีชีวิต | Thannithi และคณะ |
| สหกรณ์ตลาดพรีเมียม | ดูเกรดซากและคุณภาพเนื้อ | Thannithi และคณะ |
ในงานวิจัยเดียวกัน โคกระจายผ่านพ่อค้าคนกลาง 65% ตลาดรอง 25% และวิสาหกิจชุมชน 10% แปลว่าโคส่วนใหญ่ขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งมักประมาณน้ำหนักด้วยสายตา
การจดบันทึกไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อจ่ายมากขึ้น แต่ทำให้เรามีของจริงไว้เทียบกับราคาที่เขาเสนอครับ
SCALE ┌────────────┐ │ 350 kg │ └────────────┘ ▼ ├─────┼─────┤ ~__~ 0 500 ____________ (oo) │ ~ / \ \/ │ ' /| |\ │ |____________| │ || || │ || || │ | / / / /| // | // /[===============================] / // ________________________________________________________________ weigh on a scale, then write it down

เดือนที่ 1: ตัดสินใจว่าจะจดอะไร
เจ้าของฟาร์มซื้อสมุดมาหนึ่งเล่ม แล้วแบ่งให้โคแต่ละตัวมีหน้าของตัวเอง คำถามคือ ควรจดอะไรบ้าง
ตัวช่วยที่ดีคือมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 6400-2555 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556 (มกษ. 6400-2555 ฉบับเต็ม) ไม่จำเป็นต้องขอรับรอง GAP ก็หยิบแนวคิดมาใช้ได้ ในหมวดการบันทึกข้อมูล มาตรฐานกำหนดให้ฟาร์ม
- จัดทำบันทึกผลการปฏิบัติงานในขั้นตอนสำคัญของการจัดการฟาร์ม และข้อมูลประวัติของสัตว์
- ครอบคลุมข้อมูลด้านการผลิต เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสัตว์ (เลขรหัสประจำตัวสัตว์) อาหารสัตว์ การจัดการฝูง สุขภาพสัตว์ การป้องกันและควบคุมโรค สวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม
- เก็บรักษาบันทึกไว้ให้ตรวจสอบได้อย่างน้อย 3 ปี
ในหมวดอื่น มาตรฐานยังกำหนดให้มีโปรแกรมสร้างภูมิคุ้มกันโรค เช่น วัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยหรือวัคซีนอื่นตามความเหมาะสม มีโปรแกรมกำจัดพยาธิภายในและภายนอก และมีบันทึกการผ่านเข้าออกฟาร์มที่ตรวจสอบได้ (มกษ. 6400-2555)
มาตรฐานไม่ได้เขียนคำว่า "น้ำหนัก" ไว้ตรง ๆ แต่น้ำหนักก็เป็นข้อมูลด้านการผลิตอย่างหนึ่ง และเป็นตัวเลขที่ผู้ซื้อสนใจที่สุด เจ้าของฟาร์มของเราจึงจดสำหรับโคแต่ละตัวดังนี้
- ตัวตนของโค: เบอร์หูหรือหมายเลข เพศ พันธุ์หรือสายเลือด
- วันเกิด (หรือวันที่ซื้อและชื่อผู้ขาย ถ้าซื้อเข้ามา)
- วัคซีนและการรักษา: วันที่ ให้อะไร ใครเป็นคนให้
- การเคลื่อนย้าย: โคออกจากหรือเข้ามาในฟาร์มเมื่อไร ไปที่ไหน หรือมาจากไหน
- น้ำหนัก: วันที่และกิโลกรัม ทุกครั้งที่ชั่งหรือวัด
การจดการเคลื่อนย้ายมีเหตุผลทางกฎหมายด้วย ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ผู้ที่จะนำโคหรือกระบือไปยังท้องที่จังหวัดอื่นต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ และต้องได้รับใบอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางทุกครั้ง (พ.ร.บ. โรคระบาดสัตว์ ฉบับแปลภาษาอังกฤษ) ถ้าเราจดเบอร์หูและการเคลื่อนย้ายไว้อยู่แล้ว เรื่องเอกสารก็ง่ายขึ้นครับ
┌───────────────────────╥───────────────────────────┐
│ ║ │ ▫
│ HERD BOOK ║ MON TAG WEIGHT │ /
│ small beef farm ║ ─────────────────────── │ /
│ ║ │ .
│ ··················· ║ JUN #07 ▪▪▪ kg │
│ ║ ······················· │
│ ··················· ║ JUL #07 ▪▪▪ kg │
│ ║ ······················· │
│ ··················· ║ AUG #07 ▪▪▪ kg │
│ ║ ······················· │
│ ··················· ║ SEP #07 ▪▪▪ kg │
│ ║ ······················· │
│ · ║ │
└───────────────────────╨──────────────────────────_/
เดือนที่ 2 ถึง 4: ชั่งน้ำหนักเมื่อไม่มีตาชั่งของตัวเอง
ฟาร์มเล็กส่วนใหญ่ไม่มีตาชั่งโค นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็เขียนไว้ว่า ตาชั่งเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ไม่ค่อยมีในฟาร์มขนาดเล็ก (Raungprim และคณะ, 2564, Buffalo Bulletin) แล้วเจ้าของฟาร์มของเราจะได้ตัวเลขมาจากไหนล่ะครับ
ทางเลือกที่ 1: ใช้ตาชั่งร่วมกัน
ถ้าใกล้บ้านมีวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ หรือจุดรับซื้อที่ชั่งโคด้วยตาชั่ง (งานวิจัยที่พะเยาก็เล่าว่าวิสาหกิจชุมชนทำแบบนี้) ลองถามว่าขอนำโคไปชั่งก่อนขายได้ไหม จะถามสำนักงานปศุสัตว์อำเภอว่าแถวนี้ใครมีตาชั่งก็ได้ แค่ได้ชั่งจริงสักหนึ่งหรือสองครั้งต่อฤดู ก็มีจุดอ้างอิงไว้เทียบกับตัวเลขอื่น ๆ แล้วครับ
ทางเลือกที่ 2: เทปวัดรอบอก แล้วเทียบกับตาชั่งจริง
รอบอกคือความยาวรอบลำตัวตรงหลังขาหน้า งานวิจัยหลายชิ้นพบว่ารอบอกสัมพันธ์กับน้ำหนักมีชีวิตมาก
- ในกระบือปลักอายุน้อย (0 ถึง 25 เดือน) 172 ตัว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สมการที่ใช้รอบอกอย่างเดียวประมาณน้ำหนักได้แม่นยำเฉลี่ย 98.92% ในการทดสอบของผู้วิจัย และผู้วิจัยสรุปว่าวัดรอบอกครั้งเดียวด้วยเทปวัดรอบอกในพื้นที่ได้ง่าย (Raungprim และคณะ, 2564)
- ในโคลูกผสมบราห์มัน F1 อายุ 6 ถึง 36 เดือน 210 ตัว ที่ศึกษาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรบังคลาเทศและสถาบันวิจัยปศุสัตว์บังคลาเทศ รอบอกมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักสูงที่สุด (r = 0.96) และอธิบายความแปรปรวนของน้ำหนักได้ประมาณ 93% (Rashid และคณะ, 2558)
งานวิจัยชุดเดียวกันนี้ก็มีข้อควรระวังสองข้อ งานกระบือศึกษาในกระบือปลักอายุน้อย และผู้วิจัยยังบอกว่าต้องศึกษาเพิ่มเพื่อพัฒนาเทปวัดรอบอกสำหรับใช้ในพื้นที่ ส่วนงานโคบราห์มันใช้สมการต่างกันในแต่ละช่วงอายุ พูดง่าย ๆ คือ เทปวัดรอบอกให้ค่าประมาณ และสูตรของมันทำมาสำหรับสัตว์บางกลุ่ม เหมาะที่สุดสำหรับติดตามการเปลี่ยนแปลงของโคตัวเดิมไปเรื่อย ๆ และควรเทียบกับตาชั่งจริงเมื่อมีโอกาส

จะใช้วิธีไหนก็ตาม ให้ใช้วิธีเดิม ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันของวัน ทุกเดือน ตัวเลขจะได้เทียบกันได้
เดือนที่ 5: เงินส่วนใหญ่หมดไปกับอาหาร
ถึงตอนนี้ เจ้าของฟาร์มมีน้ำหนักโคแต่ละตัวสามถึงสี่ครั้งแล้ว ทำไมเรื่องนี้สำคัญในเดือนที่ 5 เพราะอาหารสัตว์แพง และน้ำหนักคือสิ่งที่บอกว่าอาหารคุ้มหรือไม่ครับ
- บทความทบทวนเมื่อ พ.ศ. 2561 บอกว่าในระบบขุนโคของไทย อาหารข้นคิดเป็น 60% ถึง 80% ของต้นทุนการผลิต ขึ้นกับฤดูกาล ที่ตั้งฟาร์ม และความเข้มข้นของการเลี้ยง (Bunmee และคณะ, 2561)
- งานวิจัยที่พะเยาบอกว่าอาหารเป็นต้นทุนสูงสุดของฟาร์มโคเนื้อ มากกว่า 70% ของต้นทุนผันแปร และแนะนำให้เข้าใจความต้องการของโคในแต่ละช่วง และไม่ให้อาหารเกินความจำเป็น (Thannithi และคณะ)
อ่านตารางด้วย ไม่ใช่แค่หัวข้อ ในตารางต้นทุนของฟาร์มที่พะเยาเอง ต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของทั้งสามกลุ่มคือค่าซื้อโค ค่าอาหารหยาบรวมกับอาหารข้นคิดเป็นประมาณ 4.7% ของต้นทุนทั้งหมดในฟาร์มตลาดดั้งเดิม 14.9% ในฟาร์มตลาดระดับกลาง และ 23.8% ในฟาร์มตลาดพรีเมียม (ผู้เขียนรวมเองจากตารางที่ 3 ของงานวิจัย) สัดส่วนค่าอาหารสูงขึ้นเมื่อฟาร์มให้อาหารข้นมากขึ้น ตัวเลขของฟาร์มเราจะเป็นเท่าไรขึ้นกับวิธีเลี้ยงของเราเอง
นี่คือเหตุผลที่น้ำหนักรายเดือนมีประโยชน์มาก ถ้าเราเปลี่ยนอาหารในเดือนที่ 5 (เช่น เพิ่มอาหารข้น หรือเปลี่ยนหญ้า) การชั่งสองครั้งถัดไปจะบอกว่าโคโตเร็วขึ้น เท่าเดิม หรือช้าลง ถ้าไม่มีน้ำหนัก เราก็ได้แต่เดาว่าเงินที่จ่ายเพิ่มไปได้ผลหรือเปล่าครับ
WEIGHT ▴ growth slows here │ \ │ │ o·······o │ ······· │ ···o │ ···· │ ···o │ ··· │ ·o· │ ··· │ ··· │ o └───┴───────┴───────┴───────┴───────┴───────┴────── 1 2 3 4 5 6 MONTH / / / | | / / / / / / / / / / | / / / / / /
เดือนที่ 6: ตัดสินใจว่าจะขายเมื่อไรและขายที่ไหน
พอถึงเดือนที่ 6 แต่ละหน้ามีแถวน้ำหนักสั้น ๆ แล้ว เจ้าของฟาร์มดูสองเรื่อง
เส้นยังไต่ขึ้นอยู่ไหม ถ้าเส้นขึ้นแล้วเริ่มแบน แปลว่าโคเพิ่มน้ำหนักได้น้อยลงในแต่ละเดือน แต่ทุกเดือนที่เลี้ยงต่อยังมีค่าอาหาร เราเท่านั้นที่ตัดสินได้ว่าจุดไหนไม่คุ้มแล้ว แต่ตอนนี้เรามองเห็นมันได้แล้ว
ผู้ซื้อแบบไหนเหมาะกับโคตัวนี้ งานวิจัยที่พะเยาเล่าว่าแต่ละตลาดต้องการโคแบบไหน
- ตลาดดั้งเดิม: โคพื้นเมืองไทย โคบราห์มัน และลูกผสมบราห์มัน ขุน 8 ถึง 12 เดือนจนได้ 350 ถึง 400 กิโลกรัม ขายให้พ่อค้าคนกลางเป็นหลักโดยประเมินด้วยสายตา
- ตลาดระดับกลาง: โคเพศผู้ลูกผสมที่มีเลือดพันธุ์ปรับปรุง 50% ขึ้นไป อายุไม่ถึง 2 ปี น้ำหนักเริ่มต้นประมาณ 250 ถึง 350 กิโลกรัม ขุน 3 ถึง 6 เดือนจนได้ 500 ถึง 550 กิโลกรัม ขายโดยใช้ระบบชั่งน้ำหนักมาตรฐานและเกรดซาก (Thannithi และคณะ)
ก่อนคุยกับผู้ซื้อ เจ้าของฟาร์มยังเช็กราคาตลาดด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยแพร่ราคาโคเนื้อที่เกษตรกรขายได้ เป็นค่าเฉลี่ยระดับประเทศรายเดือน หน่วยบาทต่อกิโลกรัม บนเว็บไซต์ข้อมูลเปิดภาครัฐ (ชุดข้อมูลของ สศก.) ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศไม่ใช่ราคาในพื้นที่ของเรา แต่ถ้ามีน้ำหนักล่าสุดกับราคาต่อกิโลกรัม ก็คิดเลขคร่าว ๆ ไว้ก่อนผู้ซื้อจะเสนอราคาได้ และถามเขาได้ว่าคิดราคาอย่างไรครับ

สมุดกระดาษหรือแอปในมือถือ
ใช้ได้ทั้งคู่ครับ สมุดแทบไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องชาร์จแบต และเปิดให้ผู้ซื้อหรือเจ้าหน้าที่ดูได้ง่าย ส่วนแอปในมือถือวาดเส้นการเติบโตให้เราได้ และไม่เปียกฝนหายไปง่าย ๆ
เครื่องมือดิจิทัลมีอยู่แล้ว รวมถึงของภาครัฐ แอป e-Regist ของกรมปศุสัตว์ระบุในหน้าร้านแอปว่า ใช้ลงทะเบียน บันทึก และอัปเดตข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลฟาร์ม และข้อมูลการเลี้ยงสัตว์ เหมาะสำหรับเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ (DLD e-Regist บน App Store) แอปฟาร์มของเอกชนก็มีเช่นกัน งานวิจัยที่พะเยามองว่าระบบติดตามและบันทึกข้อมูลที่ดี รวมถึงระบบที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นแนวทางในอนาคตของฟาร์มโคเนื้อ (Thannithi และคณะ)
ความเห็นของผู้เขียนคือ เครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่เราใช้จริงทุกเดือน ถ้าสมุดง่ายกว่าก็เริ่มจากสมุด ถ้าวันหลังย้ายไปใช้แอป บันทึกในสมุดก็ยังเป็นประวัติของโคอยู่ดี
เช็กลิสต์ปลายฤดู
- โคทุกตัวมีเบอร์หูหรือหมายเลข และมีหน้าหรือแฟ้มบันทึกของตัวเอง
- จดวันเกิดหรือวันที่ซื้อ เพศ และพันธุ์ไว้แล้ว
- วัคซีนและการรักษาทุกครั้งมีวันที่กำกับ
- จดการเคลื่อนย้ายเข้าออกฟาร์มทุกครั้ง และมีใบอนุญาตเมื่อนำโคไปจังหวัดอื่น
- โคแต่ละตัวมีน้ำหนักเกือบทุกเดือน ชั่งหรือวัดด้วยวิธีเดิมทุกครั้ง
- ถ้าใช้เทปวัดรอบอก ได้เทียบกับตาชั่งจริงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- จดไว้ว่าเปลี่ยนอาหารเมื่อไร อย่างไร เพื่อเทียบกับน้ำหนัก
- ก่อนขาย รู้น้ำหนักล่าสุดและราคาล่าสุดของ สศก. และถามผู้ซื้อแล้วว่าคิดราคาอย่างไร
- เก็บบันทึกไว้ในที่ปลอดภัยอย่างน้อย 3 ปี
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ขายได้ดีทุกครั้ง แต่ครั้งหน้าที่มีคนมายืนดูโคของเราแล้วตีราคาด้วยสายตา เราก็มีตัวเลขของเราเองอยู่ในมือครับ
แหล่งอ้างอิง
- Thannithi W., Intawicha P., Kongmuang N., Inyawilert W., Tiantong A., Saengwong S. (2025). Understanding Smallholder Beef Production: Cost Structures, Market Channels, and Pathways to Enhanced Profitability. Advances in Animal and Veterinary Sciences 13(1): 16–25 (PDF เปิดอ่านได้ฟรี)
- Bunmee T., Chaiwang N., Kaewkot C., Jaturasitha S. (2018). Current situation and future prospects for beef production in Thailand: A review. Asian-Australasian Journal of Animal Sciences 31(7): 968–975.
- มกอช. มกษ. 6400-2555 การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ ฉบับเต็ม (เผยแพร่โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสระแก้ว)
- พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ฉบับแปลภาษาอังกฤษ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- Raungprim T., Maitreejet W., Majarune S., Rattanatabtimtong S., Thongphrai P., Sarataphan N. (2021). Live weight estimation from body measurements of swamp buffaloes. Buffalo Bulletin 40(4): 583–590 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- Rashid M.M., Hoque M.A., Huque K.S., Talukder M.A.I., Bhuiyan A.K.F.H. (2015). Morphometric characterization of Brahman crossbred cattle and prediction of live weight using linear body measurements. Asian Journal of Medical and Biological Research 1(3): 569–577.
- สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ราคาโคเนื้อที่เกษตรกรขายได้ ชุดข้อมูล data-baer-0402 data.go.th
- กรมปศุสัตว์ DLD e-Regist บน App Store
- ภาพ: Weighing cattle - Wasco County Fair 2014 โดย Ian Poellet สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ย่อขนาดและแปลงเป็น WebP
- ภาพ: Scale for large livestock (Waage für Großvieh), Museum Waake โดย Nemracc สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ย่อขนาดและแปลงเป็น WebP
- ภาพ: Cows in Ayutthaya โดย Christophe95 สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 Wikimedia Commons ย่อขนาดและแปลงเป็น WebP
อ่านต่อ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปศุสัตว์ไทย
ขึ้นทะเบียนฟาร์มโคเนื้อ GFM และ GAP ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อกับกรมปศุสัตว์โดยไม่มีค่าธรรมเนียม ต่อด้วย GFM แล้วขอรับรอง GAP ตาม มกษ. 6400-2555 พร้อมเช็กลิสต์แต่ละขั้น
ปานกลาง10 นาที
- beef cattle
- farm registration
- GFM
- GAP
- DLD
- ACFS
- standards
ปศุสัตว์ไทย
โคเนื้อไทยมีกี่ตัว และขายผ่านช่องทางไหนบ้าง
ทะเบียนกรมปศุสัตว์ปี 2568 มีโคเนื้อ 9.5 ล้านตัว เฉลี่ยรายละราว 7 ตัว พาอ่านข้อมูลเปิดทีละตาราง ดูช่องทางขายโค และทำไมควรชั่งน้ำหนักก่อนขาย
ปานกลาง9 นาที
- beef cattle
- DLD
- open data
- market channels
- smallholders
ปศุสัตว์ไทย
โรคปากและเท้าเปื่อยในวัวควาย 5 ความเชื่อที่ไม่จริง
โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ในโคและกระบือไม่ค่อยทำให้สัตว์โตตาย แต่ทำให้ผอม ลูกสัตว์ตาย และขายสัตว์ไม่ได้ บทความนี้เทียบ 5 ความเชื่อกับข้อมูล WOAH และกรมปศุสัตว์
เริ่มต้น9 นาที
- FMD
- foot-and-mouth disease
- buffalo
- beef cattle
- vaccination
- biosecurity
- DLD