ข้ามไปยังเนื้อหา
กลับไปหน้าบทความ
คู่มือ Farmeter

วิธีดูและพิมพ์พันธุ์ประวัติควายใน Farmeter Buff

Farmeter Buff สร้างพันธุ์ประวัติกระบือสามรุ่นจากบันทึกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และการผสมพันธุ์ พร้อมพาดูผังในแอปและใบพันธุ์ประวัติขนาด A4 ที่สั่งพิมพ์ได้

ขั้นสูง9 นาทีในการอ่าน

ในบทความนี้

รายชื่อกระบือในฟาร์มบอกว่าเรามีสัตว์ตัวไหนบ้าง แต่พันธุ์ประวัติบอกว่าแต่ละตัวมาจากไหน สองอย่างนี้เป็นความรู้คนละแบบ เหมือนความต่างระหว่างสมุดรายชื่อนักเรียนกับอัลบั้มรูปครอบครัวครับ

ลองนึกถึงเอกสารใกล้ตัวสองอย่าง อย่างแรกคือ ผังตระกูล ที่วาดว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ของใคร ย้อนขึ้นไปหลายรุ่น อย่างที่สองคือ สูติบัตร เอกสารทางการที่บอกว่าเราเป็นใคร พ่อแม่คือใคร และใครเป็นคนออกเอกสาร พันธุ์ประวัติกระบือใน Farmeter Buff เป็นทั้งสองอย่างในตัวเดียว บนหน้าจอเป็นผังตระกูลที่แตะดูได้ทีละตัว บนกระดาษเป็นรายงานที่มีหัวเอกสาร เส้นลายมือชื่อ และ QR ให้คนอื่นตรวจสอบได้ครับ

บทความนี้จะตามข้อมูลไปตั้งแต่ตอนที่เราบันทึกพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ จนถึงตอนที่รายงานพันธุ์ประวัติสามรุ่นออกมาจากเครื่องพิมพ์ จัดเป็นบทความระดับ "ขั้นสูง" ในชุดคู่มือ Farmeter เพราะต้องอาศัยข้อมูลที่บันทึกไว้จากส่วนอื่น (การผสมพันธุ์ การคลอดลูก พ่อแม่พันธุ์จากภายนอก) ถ้ายังไม่คุ้นกับส่วนเหล่านั้น แนะนำให้อ่านคู่มือเรื่องคอกและการบันทึกการผสมพันธุ์ก่อนครับ

ทำไมข้อมูลพ่อแม่จึงสำคัญ

ผู้เลี้ยงสนใจว่าใครเป็นพ่อแม่ของใคร เพราะสัตว์ที่เป็นญาติกันมียีนร่วมกัน แนวทางของ FAO เรื่อง การอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมสัตว์แบบมีชีวิต (in vivo conservation) ให้ความหมายของ inbreeding depression (ความเสื่อมจากการผสมเลือดชิด) ว่าเป็นการที่ลักษณะหนึ่ง ๆ ของสัตว์แย่ลงเพราะผลเสียของการผสมเลือดชิด และอธิบายว่าการผสมสัตว์ที่เป็นญาติกันทำให้ลูกมีโอกาสได้รับยีนชุดเดียวกันสองชุดจากบรรพบุรุษร่วม (FAO, พ.ศ. 2556, อภิธานศัพท์ หมวด 6 และ Box 37) ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในยีนด้อยจึงแสดงออกมาบ่อยขึ้นครับ

แนวทางเดียวกันของ FAO ยังมีข้อแนะนำที่เข้ากับ Farmeter พอดี คือค่าสัมประสิทธิ์เลือดชิดและความเป็นเครือญาติระหว่างสัตว์คำนวณได้ง่ายจากผังตระกูล FAO จึงแนะนำให้บันทึก พ่อและแม่ของสัตว์ทุกตัว และบอกว่าประโยชน์ของการบันทึกพันธุ์ประวัติ ซึ่งหมายถึงแค่พ่อกับแม่ของแต่ละตัว โดยทั่วไปคุ้มกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (FAO, พ.ศ. 2556) แค่สองช่องต่อตัว นี่คือฐานรากทั้งหมดครับ

ฝั่งผู้ซื้อก็สนใจด้วยเหตุผลใกล้เคียงกัน เมื่อกระบือเปลี่ยนมือ พันธุ์ประวัติคือบันทึกที่มาของสัตว์ตัวนั้น FAO ระบุว่าสมาคมผู้เพาะพันธุ์ส่วนใหญ่ขึ้นทะเบียนสัตว์และตรวจสอบพันธุ์ประวัติ และการตรวจพันธุ์ประวัติด้วย DNA ให้ความแม่นยำสูง แต่ไม่สมเหตุสมผลสำหรับสัตว์ที่มีมูลค่ารายตัวต่ำและสัตว์ที่เลี้ยงแบบปล่อย (FAO, พ.ศ. 2556, หมวด 5) พันธุ์ประวัติที่ฟาร์มบันทึกเองไม่ใช่ผลตรวจ DNA มันน่าเชื่อถือได้เท่ากับบันทึกที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนสุดท้ายของบทความจึงว่าด้วยคุณภาพของข้อมูลครับ

Farmeter แสดงความสัมพันธ์ แต่ไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการผสมพันธุ์แทนเรา ผังทำให้เห็นบรรพบุรุษที่ซ้ำกัน ส่วนจะทำอะไรต่อเป็นการตัดสินใจของเจ้าของฟาร์ม (ร่วมกับสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริม)

ข้อมูลมาจากไหน

พันธุ์ประวัติใน Farmeter ไม่ได้พิมพ์ขึ้นมาเป็นรูปภาพ แต่ประกอบขึ้นจากความเชื่อมโยงที่เราบันทึกไว้แล้ว มีแหล่งข้อมูล 4 ทาง

1. พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ของสัตว์แต่ละตัว สัตว์ทุกตัวมีส่วน ข้อมูลพ่อแม่พันธุ์ ถ้าพ่อหรือแม่อยู่ในฟาร์มเรา ก็เลือกจากรายชื่อได้เลย แอปช่วยกันพลาดไว้ด้วย เมื่อเปลี่ยนพ่อพันธุ์หรือแม่พันธุ์ แอปจะเตือนว่าการเปลี่ยนนี้ส่งผลต่อข้อมูลสายพันธุ์ของสัตว์ และตอนเลือกวันคลอดในบันทึกการคลอด หน้าเลือกวันที่จะบอกว่าวันที่เลือกได้ถูกจำกัดตามข้อมูลพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และข้อมูลสัตว์ วันที่เป็นไปไม่ได้จึงเลือกไม่ได้

2. พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จากภายนอก กระบือหลายตัวมีพ่อหรือแม่ที่ไม่เคยอยู่ในฟาร์มเรา เช่น พ่อพันธุ์ของเพื่อนบ้าน หรือแม่ที่ซื้อมาจากตลาดสัตว์ เมนูลัดหน้าแรกมีปุ่ม พ่อพันธุ์ และ แม่พันธุ์ ไว้สำหรับกรณีนี้ คำอธิบายในฟอร์มบอกว่าเป็นการบันทึกข้อมูลพ่อ/แม่พันธุ์จากฟาร์มภายนอก เพื่อใช้อ้างอิงเมื่อลงทะเบียนลูกสัตว์ และมีช่อง "แหล่งที่มา" เช่น ฟาร์มเพื่อนบ้าน ตลาดสัตว์ ตัวแสดงพันธุ์ประวัติจะจำไว้ว่าบรรพบุรุษตัวไหนมาจากภายนอก และระบุไว้ในรายละเอียดของตัวนั้น

3. ข้อมูลน้ำเชื้อ เมนูลัดมีปุ่ม น้ำเชื้อ ด้วย เป็นแคตตาล็อกรหัสน้ำเชื้อของฟาร์ม เวลาบันทึกการผสม ช่องพ่อจะเป็น พ่อพันธุ์/น้ำเชื้อ การผสมเทียมจึงบันทึกได้ครบเหมือนการผสมธรรมชาติ

หน้าแรกของ Farmeter Buff พร้อมเมนูลัด: ดูประวัติ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ น้ำเชื้อ
Screenshot: Farmeral Technology

4. บันทึกการผสมพันธุ์และการคลอด ส่วนนี้คือที่ที่ความเชื่อมโยงส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องพิมพ์เพิ่ม รอบการผสมพันธุ์ใน Farmeter เริ่มจากการเป็นสัด การผสม การตรวจท้อง ไปจนถึงการคลอด เมื่อบันทึกการคลอด บันทึกนั้นผูกกับลูกที่เกิดได้ และเมื่อเพิ่มสัตว์ตัวใหม่ ขั้นตอนที่มาของสัตว์มีให้เลือกสองทาง คือ กรอกข้อมูลเอง (เลือกวันเกิดและพ่อแม่พันธุ์ด้วยตนเอง) หรือ ใช้บันทึกการผสมพันธุ์ (ดึงข้อมูลสำเร็จรูปจากการผสมที่บันทึกไว้) ทางที่สองดีกว่า เพราะแม่และพ่อหรือน้ำเชื้อมาจากบันทึกที่เราทำไว้แล้ว ไม่มีอะไรให้พิมพ์ผิดครับ

เมื่อเพิ่มลูกกระบือจากบันทึกการผสมพันธุ์ หมายเลขแม่และรหัสพ่อพันธุ์/น้ำเชื้อจะถูกเติมลงช่องพ่อแม่ของลูกให้เอง ไม่ต้องพิมพ์

ดูผังตระกูล

เปิดหน้ารายละเอียดสัตว์ตัวไหนก็ได้ จะเห็นแถบ กายภาพ สุขภาพ การผสมพันธุ์ (แสดงเมื่อเกี่ยวข้องกับสัตว์ตัวนั้น) ไทม์ไลน์ และแถบที่มีไอคอนรูปผังต้นไม้ชื่อ พันธุ์ประวัติ ภาพหน้าจอรุ่นก่อนอย่างภาพด้านล่างมีแถบน้อยกว่านี้ และใช้ชื่อแถบพันธุ์ประวัติว่า ผังตระกูล

หน้ารายละเอียดสัตว์ใน Farmeter Buff มีแถบข้อมูลกายภาพ การผสมพันธุ์ ไทม์ไลน์ และผังตระกูล
Screenshot: Farmeral Technology

ไทม์ไลน์และพันธุ์ประวัติเป็นฟีเจอร์ตามแพ็กเกจ ในตารางเปรียบเทียบบนหน้า Farmeter Buff แถว "ไทม์ไลน์" และ "ดูพันธุ์ประวัติ (View Pedigree)" มีให้ตั้งแต่แพ็กเกจ Growth (เติบโต) ขึ้นไป ส่วนแพ็กเกจ Free และ Standard เป็นขีด ถ้าแพ็กเกจยังไม่รวมฟีเจอร์นี้ แถบจะมีรูปกุญแจและข้อความชวนอัปเกรดเพื่อดูรุ่นบรรพบุรุษ

เมื่อเข้าไปแล้ว มีเรื่องที่ควรรู้ดังนี้ครับ

  • ผังว่างเปล่า? ถ้ายังไม่ได้บันทึกพ่อแม่ แอปจะบอกให้เพิ่มข้อมูลพ่อ-แม่ของสัตว์ตัวนี้เพื่อเริ่มสร้างผังตระกูล
  • ดูพ่อแม่และดูลูก เมื่อสัตว์ตัวนั้นมีลูก ตัวแสดงผังจะมีปุ่ม พ่อแม่ กับ ลูก (n) (มีจำนวนลูกกำกับ) โหมดพ่อแม่มองย้อนขึ้นไป โหมดลูกมองไปข้างหน้าที่ลูกของสัตว์ตัวนั้น
  • เต็มจอ ผังกว้างขึ้นเร็วมาก จึงมีปุ่มขยายเต็มจอ
  • แตะการ์ด เพื่อเปิดดูบรรพบุรุษตัวนั้น ในรูปแบบรายงานสำหรับพิมพ์ การแตะจะเปิดหน้ารายละเอียด มีเพศ วันเกิด หมายเลขประจำตัว พ่อและแม่ของตัวนั้น และระบุว่าเป็นบรรพบุรุษภายนอกหรือไม่

ตัวแสดงผังนี้ใช้ร่วมกันหลายที่ ทั้ง Farmeter Buff บนเว็บ ระบบสหกรณ์ Farmeter Cooperative และ Farmeter Beef ต่างแสดงพันธุ์ประวัติผ่านตัวเดียวกัน โดยเปลี่ยนชื่อหัวรายงานและรูปตัวอย่างตามชนิดสัตว์ Farmeter Beef ยังเป็นรุ่น Beta และเปิดให้ใช้เฉพาะฟาร์มพาร์ทเนอร์

จากความเชื่อมโยงสู่ผังสามรุ่น

ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมชอบที่สุด ผังตระกูลที่วาดด้วยมือมักหดเมื่อข้อมูลขาด ถ้าไม่รู้ว่ายายคือใครก็ไม่วาด แล้วทุกอย่างก็เลื่อนตำแหน่ง ผังสองใบจึงเทียบกันยากครับ

รูปแบบรายงานแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีเก่าแก่ของนักลำดับวงศ์ตระกูล คือการให้เลขแบบ Ahnentafel: สัตว์ตัวหลักเป็นเลข 1 พ่อของเลข n คือ 2n และแม่คือ 2n+1 พ่อจึงเป็นเลข 2 แม่เป็นเลข 3 พ่อของพ่อ (ปู่) เป็นเลข 4 ไล่ไปจนถึงเลข 15 สำหรับรุ่นทวดทั้งแปดตัว บรรพบุรุษทุกตัวมีที่นั่งประจำ ไม่ว่าจะรู้ข้อมูลหรือไม่ครับ

ผังโตขึ้นทีละรุ่น บรรพบุรุษที่ไม่มีข้อมูลยังคงช่องไว้ ส่วนพ่อพันธุ์ที่โผล่สองครั้งมีเลขกำกับ ¹

การให้ที่นั่งตายตัวแบบนี้ทำให้รายงานมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ 3 อย่าง

  1. บรรพบุรุษสูงสุดสามรุ่น คือพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และทวด รวม 14 ช่องบวกตัวสัตว์เอง หัวคอลัมน์เขียนว่า ตัวเอง พ่อแม่ ปู่ย่า / ตายาย และ ทวด การ์ดแต่ละใบบอกความสัมพันธ์ เช่น พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย
  2. บรรพบุรุษที่ไม่มีข้อมูลยังคงตำแหน่งไว้ ช่องที่ไม่รู้จะขึ้นว่า ไม่มีข้อมูล แทนที่จะหายไป มองแวบเดียวก็รู้ว่าสายไหนต้องเติมข้อมูล
  3. บรรพบุรุษที่ซ้ำกันใช้เลขกำกับเดียวกัน ถ้าสัตว์ตัวเดียวกันอยู่มากกว่าหนึ่งช่อง (เช่น พ่อพันธุ์ตัวหนึ่งเป็นทั้งทวดฝั่งพ่อและทวดฝั่งแม่) ทุกการ์ดของตัวนั้นจะมีเลขยกกำกับเดียวกัน และมีบรรทัดใต้รายงานบอกชื่อบรรพบุรุษที่ซ้ำ FAO ชี้ว่าความเป็นญาติคำนวณได้จากผังตระกูล ส่วนในรายงานนี้ บรรพบุรุษร่วมปรากฏให้เห็นบนกระดาษเลย

พาดูใบพันธุ์ประวัติทีละช่อง

รายงานสำหรับพิมพ์เป็นเอกสาร A4 โทนสีเขียว จากบนลงล่างมีดังนี้

ส่วน แสดงอะไร ถ้าไม่มีข้อมูล
หัวเอกสาร ซ้าย โลโก้ฟาร์ม ชื่อฟาร์ม ชื่อภาษาอังกฤษ คำขวัญ ใช้ชื่อกลาง ๆ ว่า พันธุ์ประวัติกระบือ / BUFFALO PEDIGREE (โคเนื้อ: พันธุ์ประวัติโคเนื้อ)
หัวเอกสาร กลาง ชื่อรายงาน รายงานพันธุ์ประวัติกระบือ และ "THAI BUFFALO PEDIGREE REPORT" —
หัวเอกสาร ขวา QR และเลขที่เอกสาร ใช้หมายเลขประจำตัวสัตว์แทน
ข้อมูลประจำตัว รูป ชื่อ หมายเลขประจำตัว เพศ (ผู้ / เมีย) วันเกิด พ่อ แม่ ไม่ระบุวันเกิด เมื่อไม่มีวันเกิด และ ไม่มีข้อมูล เมื่อไม่มีพ่อหรือแม่
แผนผังพันธุ์ประวัติ ผัง 15 ช่องตามที่อธิบายข้างบน ช่องว่างคงตำแหน่งไว้
ท้ายเอกสาร: บุคคล สามกล่อง: ข้อมูลผู้เพาะพันธุ์ ข้อมูลเจ้าของ และ คอก/ฟาร์ม แต่ละกล่องมีชื่อ ที่อยู่ โทร แสดงเป็นขีด
ท้ายเอกสาร: การออกเอกสาร ออกเอกสารวันที่ เส้นลายมือชื่อ ชื่อและตำแหน่งผู้ลงนาม (ค่าเริ่มต้นคือ ผู้เพาะพันธุ์) เส้นลายมือชื่อเว้นว่างไว้ ระบบไม่สร้างลายเซ็นให้เอง
ท้ายเอกสาร: ตรวจสอบ ตรวจสอบเอกสาร พร้อม QR รหัสเอกสาร และเว็บไซต์ฟาร์ม ดูด้านล่าง

QR ถูกสร้างขึ้นในหน้าเอกสารเอง ถ้าผู้ออกเอกสารมีหน้าเว็บสำหรับตรวจสอบ QR จะเปิดหน้านั้น (ข้อความว่า สแกน QR เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล) ถ้าไม่มี QR จะเก็บแค่รหัสอ้างอิง และข้อความใต้ QR ก็บอกตรง ๆ ว่าสแกนเพื่ออ่านรหัสอ้างอิง ความตรงไปตรงมาแบบนี้สำคัญ QR บนเอกสารไม่ควรทำทีเป็นว่าตรวจสอบอะไรได้ ในเมื่อไม่มีหน้าตรวจสอบรองรับครับ

รายงานพิมพ์ออกมาตามลำดับการอ่าน: หัวเอกสารและ QR ข้อมูลสัตว์ ผังพร้อมช่องว่าง กล่องข้อมูลบุคคล แล้วจึงเส้นลายมือชื่อ

มีรายละเอียดการพิมพ์สองข้อที่ควรรู้ ไฟล์จัดรูปแบบการพิมพ์ตั้งหน้าเป็น A4 แนวตั้ง ขอบ 10 มม. และคงสีไว้ ส่วนหน้าต่างรายละเอียดที่เด้งขึ้นมาจะไม่ถูกพิมพ์ลงกระดาษ รูปภาพเลือกเปิดปิดได้ ถ้าปิด รูปสัตว์จะหายไป แต่โลโก้ฟาร์ม ลายมือชื่อ และ QR ยังอยู่ครบครับ

สร้างพันธุ์ประวัติ: บริการใบพันธุ์ประวัติแบบกระดาษ

หน้า Farmeter Buff มีบริการเสริมแบบจ่ายตามการใช้งานสำหรับแพ็กเกจ Growth ขึ้นไป สองรายการในนั้นเกี่ยวกับพันธุ์ประวัติ คือ Generate Pedigree (สร้างใบพันธุ์ประวัติ) และ Generate Customized Pedigree (สร้างใบพันธุ์ประวัติที่ปรับรูปแบบข้อมูลเฉพาะแต่ละฟาร์ม) ทั้งสองอย่างคิดค่าบริการต่อใบที่สร้างสำเร็จ งานที่ล้มเหลวและการลองใหม่ของระบบไม่คิดเงิน และระบบแสดงยอดรวมก่อนให้ยืนยัน ราคาดูได้ในหน้านั้น

คุณภาพข้อมูล: หมายเลขผิดตัวเดียว ผังผิดทั้งสาย

เพราะผังสร้างจากความเชื่อมโยง ความเชื่อมโยงที่ผิดเพียงจุดเดียวจะพาทั้งสายผิดไปด้วย ถ้าเลือกแม่ของลูกกระบือผิดตัว ลูกตัวนั้นจะได้แม่ ยาย และทวดของแม่ตัวที่ผิดมาทั้งหมด ผิดทั้งชุดแต่ดูเป็นทางการมาก นิสัยต่อไปนี้ช่วยได้ครับ

  • เลือก "ใช้บันทึกการผสมพันธุ์" เมื่อเพิ่มลูกกระบือ พ่อแม่จะมาจากการผสมที่บันทึกไว้แล้ว
  • ตรวจหมายเลขก่อนกดบันทึก หมายเลขที่คล้ายกัน (B-104 กับ B-140) คือจุดที่สลับกันบ่อยที่สุด
  • บันทึกพ่อแม่จากนอกฟาร์มเป็นพ่อพันธุ์/แม่พันธุ์ภายนอก ดีกว่าเว้นว่าง ช่องว่างคือช่องว่างที่ซื่อตรง แต่การเดาคือสายที่ผิด
  • อ่านคำเตือน เมื่อแอปบอกว่าการเปลี่ยนพ่อพันธุ์จะส่งผลต่อข้อมูลสายพันธุ์ หมายถึงผังของสัตว์ตัวนั้นและผังของลูกหลานทุกตัว
  • สังเกตเลขกำกับ ถ้ามีบรรพบุรุษซ้ำโดยที่เราไม่คาดคิด อาจเป็นความรู้ที่มีประโยชน์หรือเป็นการบันทึกผิดก็ได้ ทั้งสองกรณีควรตรวจดู

หลักเดียวกันนี้ใช้กับ Farmeter Beef ซึ่งใช้ตัวแสดงผังร่วมกัน พันธุ์ประวัติคือคำยืนยันเรื่องอดีต และน่าเชื่อถือได้เท่ากับคนที่จดบันทึก หน้าที่ของซอฟต์แวร์คือทำให้การจดง่าย และแสดงให้เห็นชัดว่าอะไรรู้แล้วและอะไรยังไม่รู้ครับ

แหล่งอ้างอิง

อ่านต่อ